อยากให้บ้านร่มรื่นน่าอยู่ เริ่มจากการวางแผนสวนให้ถูก
การมี สวนในบ้าน ไม่ได้ช่วยให้บ้านสวยขึ้นอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้บรรยากาศของบ้านดูผ่อนคลาย เย็นตา และน่าอยู่มากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นสวนหน้าบ้าน สวนหลังบ้าน มุมต้นไม้ข้างบ้าน หรือสวนเล็ก ๆ บนระเบียง หากจัดให้ดี ก็สามารถเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นได้ทันที
แต่การ จัดสวนในบ้าน ไม่ควรเริ่มจากการซื้อต้นไม้ตามใจชอบเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าเลือกต้นไม้ผิด วางตำแหน่งไม่เหมาะ หรือไม่วางระบบน้ำให้ดี อาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น น้ำขัง ดินชื้น ผนังขึ้นรา รากไม้กระทบพื้นบ้าน ใบไม้ตันรางน้ำ หรือสวนรกจนดูแลไม่ไหว
ดังนั้น ก่อนจัดสวน ควรวางแผนให้ครบทั้งความสวยงาม การดูแล ความปลอดภัย และผลกระทบต่อตัวบ้านในระยะยาว
ทำไมสวนในบ้านถึงทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น?
สวนช่วยเพิ่มความสดชื่นให้บ้าน เพราะสีเขียวของต้นไม้ช่วยให้บ้านดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
บ้านที่มีสวนดี ๆ มักให้ความรู้สึกอบอุ่น ไม่แข็งกระด้าง และมีมุมพักสายตาจากชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ
นอกจากนี้ สวนยังช่วยสร้างบรรยากาศให้พื้นที่ต่าง ๆ เช่น
หน้าบ้านดูต้อนรับมากขึ้น
หลังบ้านดูไม่อับและไม่น่าเบื่อ
ระเบียงกลายเป็นมุมพักผ่อน
ข้างบ้านกลายเป็นทางเดินสีเขียว
มุมเปล่ากลายเป็นจุดนั่งเล่น
บ้านรีโนเวทดูสดใหม่ขึ้น
บ้านมือสองดูมีเสน่ห์และน่าอยู่มากขึ้น
แต่สวนที่ดีต้องไม่ใช่แค่สวนที่สวยในวันแรก ต้องเป็นสวนที่อยู่ได้นาน ดูแลง่าย และไม่สร้างปัญหาให้บ้านภายหลัง
ก่อนจัดสวน ต้องรู้จักพื้นที่บ้านของตัวเองก่อน
ก่อนเลือกต้นไม้หรือวัสดุแต่งสวน ควรเริ่มจากการสำรวจพื้นที่จริงของบ้าน
ลองดูว่าแต่ละมุมของบ้านมีแดด ลม และความชื้นต่างกันอย่างไร
บางมุมแดดแรงทั้งวัน
บางมุมแดดเช้า
บางมุมร่มตลอดวัน
บางมุมฝนสาด
บางมุมน้ำขัง
บางมุมดินแน่นหรือระบายน้ำยาก
บางมุมใกล้กำแพงหรือท่อระบายน้ำ
บางมุมอยู่ใกล้ห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น
การรู้จักพื้นที่จริงจะช่วยให้เลือกต้นไม้และออกแบบสวนได้เหมาะสมมากขึ้น
อย่าเลือกต้นไม้เพราะสวยอย่างเดียว เพราะต้นไม้ที่ชอบแดดจัดอาจไม่รอดในมุมร่ม และต้นไม้ที่ชอบความชื้นอาจเหี่ยวในมุมแดดแรง
1. กำหนดเป้าหมายก่อนว่าอยากได้สวนแบบไหน
ก่อนเริ่ม จัดสวนในบ้าน ควรถามตัวเองก่อนว่าอยากใช้สวนเพื่ออะไร
อยากให้บ้านร่มรื่น
อยากมีมุมนั่งเล่น
อยากบังสายตาจากเพื่อนบ้าน
อยากปลูกผักสวนครัว
อยากมีพื้นที่ให้เด็กหรือสัตว์เลี้ยงเล่น
อยากเพิ่มความสวยให้หน้าบ้าน
อยากให้บ้านดูขายง่ายขึ้น
อยากลดความแข็งของพื้นปูน
อยากทำสวนดูแลง่ายสำหรับคนไม่มีเวลา
เมื่อรู้เป้าหมายแล้ว จะเลือกต้นไม้ วัสดุ และรูปแบบสวนได้ง่ายขึ้น
เช่น ถ้าต้องการสวนดูแลง่าย ควรเลือกต้นไม้ทนแดด ทนฝน และไม่ต้องตัดแต่งบ่อย
ถ้าต้องการสวนสำหรับนั่งเล่น ควรคิดเรื่องร่มเงา ทางเดิน ไฟสนาม และมุมมองจากในบ้าน
ถ้าต้องการสวนเพื่อบังสายตา ควรเลือกต้นไม้ที่มีพุ่มแน่น แต่ไม่รากแรงหรือโตเกินพื้นที่
2. เลือกตำแหน่งสวนให้เหมาะกับการใช้งาน
สวนแต่ละตำแหน่งให้ความรู้สึกและการใช้งานต่างกัน
สวนหน้าบ้าน
จัดสวนหน้าบ้าน เหมาะกับการสร้างความประทับใจแรก ทำให้บ้านดูอบอุ่นและน่าอยู่ขึ้น
สวนหน้าบ้านควรดูสะอาด ไม่รกเกินไป และไม่บังประตู รั้ว หรือทางเข้าออก
ควรเลือกต้นไม้ที่ดูแลง่าย ใบร่วงไม่มาก และไม่ทำให้ทางเดินลื่น
หากมีพื้นที่จอดรถ ควรวางสวนให้ไม่รบกวนการเปิดประตูรถหรือการเข้าออกบ้าน
สวนหลังบ้าน
จัดสวนหลังบ้าน เหมาะกับการทำมุมพักผ่อน มุมซักล้างที่ดูสวยขึ้น หรือพื้นที่ปลูกผักสวนครัว
แต่สวนหลังบ้านควรระวังเรื่องความชื้นและการระบายน้ำ เพราะหลังบ้านหลายแห่งมักเป็นพื้นที่ที่น้ำขังง่าย
ถ้าจะปลูกต้นไม้ใกล้ครัวหรือผนังบ้าน ควรเผื่อระยะให้มีอากาศถ่ายเท ไม่ให้ผนังชื้นหรือเกิดเชื้อรา
สวนข้างบ้าน
สวนข้างบ้านเหมาะกับการทำทางเดินสีเขียวหรือสวนแคบ ๆ
ควรเลือกต้นไม้ทรงสูง พุ่มไม่กว้างเกินไป หรือไม้กระถางที่ย้ายตำแหน่งได้ง่าย
ควรระวังไม่ให้กิ่งไม้เบียดผนังบ้าน หรือรากไม้ดันพื้นทางเดินในอนาคต
สวนระเบียงหรือสวนคอนโด
ถ้าพื้นที่จำกัด อาจจัดสวนกระถาง สวนแขวน หรือชั้นวางต้นไม้
ควรเลือกกระถางที่น้ำหนักไม่มากเกินไป มีถาดรองน้ำ และไม่ทำให้น้ำไหลไปรบกวนห้องข้างล่างหรือเพื่อนบ้าน
3. เช็กแดดก่อนเลือกต้นไม้
แสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญมากในการเลือกต้นไม้
ก่อนซื้อควรสังเกตว่าพื้นที่ที่จะจัดสวนได้รับแดดกี่ชั่วโมงต่อวัน
ถ้าแดดจัดทั้งวัน ควรเลือกไม้ทนแดด เช่น โมก แก้ว ชาฮกเกี้ยน ไทรเกาหลี ลิ้นมังกร พลูด่างบางสายพันธุ์ หรือไม้ใบที่ทนแดดตามสภาพพื้นที่
ถ้าแดดรำไรหรือแดดครึ่งวัน อาจเลือกไม้ใบ ไม้ประดับ หรือไม้ดอกบางชนิดที่ชอบแสงปานกลาง
ถ้าร่มมาก ควรเลือกไม้ที่อยู่ในที่ร่มได้ เช่น เดหลี เฟิร์นบางชนิด กวักมรกต พลูด่าง หรือลิ้นมังกร
การเลือกต้นไม้ให้ตรงกับแดดจะช่วยให้ต้นไม้แข็งแรง ลดปัญหาใบไหม้ ใบเหลือง หรือตายเร็วหลังปลูก
4. อย่าปลูกต้นไม้ใหญ่ชิดตัวบ้านเกินไป
ต้นไม้ใหญ่ช่วยให้บ้านร่มรื่น แต่ถ้าปลูกชิดตัวบ้านเกินไป อาจเกิดปัญหาในระยะยาว
เช่น รากไม้กระทบพื้นหรือท่อ กิ่งไม้ชนหลังคา ใบไม้ตันรางน้ำ เงามืดทำให้ผนังชื้น หรือกิ่งหักในช่วงลมแรง
หากต้องการปลูกต้นไม้ใหญ่ ควรดูขนาดต้นเมื่อโตเต็มที่ ไม่ใช่ดูแค่ตอนซื้อมาจากร้าน
ควรถามผู้ขายหรือผู้เชี่ยวชาญว่า
รากลึกหรือแผ่กว้างแค่ไหน
พุ่มโตเต็มที่ประมาณเท่าไหร่
ใบหรือดอกร่วงเยอะไหม
เหมาะกับปลูกใกล้บ้านหรือไม่
ต้องตัดแต่งบ่อยแค่ไหน
กิ่งเปราะหรือหักง่ายไหม
รากมีโอกาสกระทบพื้นหรือท่อหรือไม่
ต้นไม้ใหญ่ไม่ใช่ปลูกไม่ได้ แต่ต้องเลือกชนิดและระยะปลูกให้เหมาะกับบ้าน
5. ระวังรากไม้กับพื้น ท่อ และกำแพง
รากไม้เป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม เพราะตอนปลูกใหม่ ๆ ยังไม่เห็นผล
แต่เมื่อเวลาผ่านไป รากของต้นไม้บางชนิดอาจดันพื้นทางเดิน กระทบกำแพง รบกวนท่อระบายน้ำ หรือทำให้พื้นแตกร้าวได้
โดยเฉพาะบ้านที่มีพื้นที่จำกัด เช่น ทาวน์โฮม บ้านแฝด หรือบ้านที่มีสวนแคบ ๆ ควรเลือกต้นไม้ที่รากไม่รุนแรง และควรปลูกในกระถางหรือแปลงที่ควบคุมรากได้ง่ายกว่า
หากไม่แน่ใจ ควรหลีกเลี่ยงต้นไม้ที่โตเร็ว รากแรง หรือมีระบบรากแผ่กว้างมากใกล้ตัวบ้าน
การป้องกันตั้งแต่ต้นง่ายกว่าการรื้อพื้นหรือซ่อมท่อภายหลัง
6. วางระบบระบายน้ำให้ดี
สวนที่สวยแต่ระบายน้ำไม่ดี อาจทำให้บ้านมีปัญหาได้
น้ำขังในสวนอาจทำให้ดินแฉะ ต้นไม้รากเน่า มีกลิ่นอับ ยุงชุม ผนังบ้านชื้น หรือพื้นรอบบ้านทรุดได้
ก่อนจัดสวนควรเช็กว่าเวลาฝนตก น้ำไหลไปทางไหน และมีจุดไหนที่น้ำขังซ้ำ ๆ หรือไม่
แนวทางที่ควรทำ ได้แก่
ปรับความลาดเอียงของพื้นให้น้ำไหลออกจากตัวบ้าน
ทำรางระบายน้ำในจุดที่จำเป็น
ใช้กรวดหรือวัสดุช่วยระบายน้ำในบางพื้นที่
ไม่ถมดินสูงชิดผนังบ้านเกินไป
ไม่ปล่อยให้น้ำจากกระถางไหลขังบนพื้น
เช็กท่อระบายน้ำและบ่อพักเป็นระยะ
หลีกเลี่ยงการปลูกต้นไม้ที่ต้องรดน้ำมากใกล้ผนังบ้าน
สวนที่ดีต้องสวยและไม่ทำให้บ้านชื้น
7. เลือกดินให้เหมาะกับต้นไม้
ดินเป็นพื้นฐานของสวน ถ้าดินไม่ดี ต้นไม้ก็โตยาก
ดินที่ใช้ปลูกควรระบายน้ำได้ดี มีอินทรียวัตถุพอเหมาะ และไม่แน่นเกินไป
ต้นไม้บางชนิดชอบดินร่วน
บางชนิดชอบดินโปร่ง
บางชนิดไม่ชอบน้ำขัง
บางชนิดต้องการความชื้นมากกว่า
หากใช้ดินถมทั่วไปโดยไม่ปรับปรุง ต้นไม้อาจโตช้า ใบเหลือง หรือรากเน่าได้
ก่อนปลูกควรปรับดินด้วยดินปลูก ปุ๋ยหมัก กาบมะพร้าวสับ ทราย หรือวัสดุปลูกที่เหมาะกับชนิดต้นไม้
ถ้าเป็นสวนกระถาง ควรเลือกดินที่ระบายน้ำดี และกระถางต้องมีรูระบายน้ำเสมอ
8. เลือกต้นไม้ให้เหมาะกับเวลาที่เราดูแลได้
หลายคนจัดสวนตามภาพสวย ๆ แต่ลืมถามตัวเองว่า “มีเวลาดูแลแค่ไหน”
ถ้าไม่มีเวลาดูแลมาก ควรเลือกต้นไม้ที่ทน แข็งแรง และไม่ต้องตัดแต่งบ่อย
ถ้ามีเวลารดน้ำทุกวัน อาจเลือกไม้ดอกหรือไม้ใบที่ต้องการการดูแลมากขึ้นได้
ถ้าบ้านมีคนเดินทางบ่อย ควรเลือกไม้กระถางที่ทนแล้ง หรือทำระบบน้ำหยดช่วย
ถ้าบ้านมีผู้สูงอายุ ไม่ควรเลือกต้นไม้ที่ต้องปีนตัดแต่งบ่อยหรือมีหนามเยอะ
สวนที่เหมาะกับชีวิตจริงควรเป็นสวนที่ดูแลได้ ไม่ใช่สวนที่สวยแต่กลายเป็นภาระในระยะยาว
9. วางทางเดินให้ใช้งานง่ายและปลอดภัย
สวนในบ้านควรมีทางเดินที่ชัดเจน โดยเฉพาะถ้าเป็นสวนหน้าบ้านหรือสวนข้างบ้าน
ทางเดินควรไม่ลื่น ไม่สะดุด และเดินได้สะดวกแม้หลังฝนตก
วัสดุทางเดินที่ใช้ได้ เช่น แผ่นปูทางเดิน หินล้าง กรวด กระเบื้อง Outdoor คอนกรีตพิมพ์ลาย หรือไม้เทียมสำหรับภายนอก
สิ่งที่ควรระวังคือ
พื้นลื่นเมื่อเปียกน้ำ
แผ่นทางเดินวางไม่แน่น
หินกรวดกระจายออกนอกพื้นที่
พื้นต่างระดับมากเกินไป
รากไม้ดันพื้นทางเดิน
ทางเดินแคบเกินไป
แสงสว่างไม่พอในเวลากลางคืน
บ้านที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุควรให้ความสำคัญกับพื้นกันลื่นและทางเดินเรียบเป็นพิเศษ
10. ใช้กระถางช่วยควบคุมสวนในพื้นที่จำกัด
ถ้าบ้านมีพื้นที่น้อย การใช้กระถางเป็นตัวเลือกที่ดีมาก
ข้อดีของสวนกระถางคือย้ายตำแหน่งได้ง่าย ควบคุมขนาดต้นไม้ได้ดี และลดปัญหารากกระทบพื้นหรือท่อ
เหมาะกับทาวน์โฮม คอนโด ระเบียง มุมข้างบ้าน หรือบ้านที่ยังไม่อยากทำสวนถาวร
แต่ต้องเลือกกระถางให้เหมาะกับต้นไม้
กระถางต้องมีรูระบายน้ำ
ขนาดกระถางต้องพอดีกับราก
วัสดุกระถางต้องทนแดดฝน
ไม่ควรวางกระถางหนักเกินไปบนพื้นระเบียง
ควรมีถาดรองน้ำแต่ไม่ปล่อยให้น้ำขัง
ควรยกกระถางให้มีช่องอากาศใต้กระถางบ้าง
สวนกระถางเหมาะกับคนที่อยากเริ่มจัดสวนแบบค่อยเป็นค่อยไป
11. ระวังสวนทำให้บ้านชื้น
สวนช่วยให้บ้านร่มรื่น แต่ถ้าวางไม่ดี อาจทำให้บ้านชื้นได้
เช่น ปลูกต้นไม้ชิดผนังเกินไป รดน้ำใกล้ผนังทุกวัน ถมดินสูงชิดบ้าน หรือปล่อยให้ใบไม้ทับถมจนพื้นแฉะ
ความชื้นสะสมอาจทำให้ผนังขึ้นคราบ สีลอก กลิ่นอับ หรือเชื้อราได้
ควรเว้นระยะระหว่างต้นไม้กับผนังบ้าน เพื่อให้อากาศถ่ายเทและทำความสะอาดได้ง่าย
ไม่ควรให้ระบบรดน้ำฉีดโดนผนังบ้านโดยตรงเป็นประจำ
หากสวนอยู่ติดผนัง ควรเลือกต้นไม้ที่ไม่ต้องรดน้ำหนักมาก และจัดทางระบายน้ำให้ดี
12. เลือกต้นไม้ตามทิศแดดของบ้าน
ทิศของบ้านมีผลต่อสวนมาก
ทิศตะวันตกมักโดนแดดบ่ายแรง ควรเลือกต้นไม้ทนแดด หรือใช้ไม้พุ่มช่วยลดความร้อนให้ผนัง
ทิศตะวันออกได้รับแดดเช้า เหมาะกับต้นไม้หลายชนิด เพราะแดดไม่แรงเกินไป
ทิศเหนือบางช่วงอาจได้รับแดดน้อย เหมาะกับไม้ใบหรือไม้ที่ชอบร่มรำไร
ทิศใต้ในบางพื้นที่อาจได้รับลมและแดดค่อนข้างดี แต่ต้องดูสภาพหน้างานจริง
การเลือกต้นไม้ตามทิศแดดช่วยให้สวนสวยนานและลดภาระดูแล
13. ใช้ต้นไม้ช่วยบังสายตา แต่ไม่ควรบังลม
ต้นไม้สามารถช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้บ้านได้ เช่น บังสายตาจากบ้านข้าง ๆ ถนน หรือพื้นที่หน้าบ้าน
แต่ถ้าปลูกแน่นเกินไป อาจทำให้ลมไม่ผ่าน บ้านอับ และสวนชื้น
ควรเลือกต้นไม้ที่บังสายตาได้พอดี เช่น ไม้พุ่มสูง ไม้แนวรั้ว หรือไม้กระถางเรียงเป็นแนว
ไม่ควรปลูกจนทึบเกินไป โดยเฉพาะบริเวณหน้าต่าง ห้องน้ำ ห้องครัว หรือพื้นที่ที่ต้องการระบายอากาศ
สวนที่ดีควรให้ทั้งความเป็นส่วนตัวและอากาศถ่ายเท
14. เพิ่มไฟสวนเพื่อความสวยและความปลอดภัย
ไฟสวนช่วยให้บ้านดูอบอุ่นในตอนกลางคืน และช่วยให้ทางเดินปลอดภัยขึ้น
จุดที่ควรมีไฟ เช่น ทางเดิน ประตูรั้ว มุมบันได ระเบียง มุมสวนหลังบ้าน หรือบริเวณที่มีระดับพื้นต่างกัน
ควรเลือกโคมไฟ Outdoor ที่เหมาะกับภายนอก ทนฝน และติดตั้งระบบไฟอย่างปลอดภัย
ไม่ควรใช้ปลั๊กพ่วงหรือสายไฟที่ไม่เหมาะกับงานกลางแจ้ง เพราะอาจเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร
ไฟสวนที่ดีไม่จำเป็นต้องสว่างจ้า แต่ควรพอดี มองเห็นทางเดิน และช่วยสร้างบรรยากาศให้บ้านน่าอยู่ขึ้น
15. อย่าลืมพื้นที่สำหรับดูแลสวน
สวนที่ดีต้องมีพื้นที่ให้เข้าไปดูแลได้
ถ้าปลูกต้นไม้แน่นเกินไปจนเข้าไปตัดแต่งไม่ได้ สวนจะรกเร็ว และอาจกลายเป็นที่สะสมยุง แมลง หรือสัตว์เลื้อยคลาน
ควรเผื่อพื้นที่สำหรับ
รดน้ำ
ตัดแต่งกิ่ง
เก็บใบไม้
ล้างพื้น
เปลี่ยนดิน
ย้ายกระถาง
ตรวจท่อระบายน้ำ
ดูแลระบบไฟสวน
กำจัดวัชพืช
สวนที่ดูแลได้ง่ายจะสวยได้นานกว่าสวนที่แน่นและซับซ้อนเกินไป
16. บ้านมีสัตว์เลี้ยง ต้องเลือกสวนให้ปลอดภัย
หากบ้านมีน้องหมาหรือน้องแมว ควรเลือกต้นไม้และวัสดุสวนอย่างระมัดระวัง
บางต้นไม้อาจไม่เหมาะกับสัตว์เลี้ยง หากสัตว์กัดหรือกินเข้าไปอาจเกิดอันตรายได้
ควรหลีกเลี่ยงต้นไม้มีหนามคม ต้นไม้ที่ใบหรือยางระคายเคือง และสารเคมีในสวนที่เสี่ยงต่อสัตว์เลี้ยง
ควรจัดพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงเดินเล่นได้โดยไม่ทำลายต้นไม้ และเลือกพื้นสวนที่ล้างทำความสะอาดง่าย
หากใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง หรือสารเคมี ควรเก็บให้พ้นสัตว์เลี้ยง และหลีกเลี่ยงการให้สัตว์เข้าใกล้พื้นที่ที่เพิ่งใช้สารเคมี
17. บ้านมีเด็กหรือผู้สูงอายุ ควรจัดสวนอย่างไร?
ถ้าบ้านมีเด็กหรือผู้สูงอายุ ควรเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก
ทางเดินควรเรียบ ไม่ลื่น และไม่มีพื้นต่างระดับมากเกินไป
หลีกเลี่ยงหินแหลม ขอบคม กระถางวางเกะกะ หรือต้นไม้มีหนามใกล้ทางเดิน
ควรมีแสงสว่างเพียงพอตอนกลางคืน และไม่ปล่อยให้พื้นเปียกหรือตะไคร่ขึ้นจนลื่น
หากมีบ่อน้ำ น้ำพุ หรือสระเล็ก ๆ ควรระวังเรื่องเด็กเล็กและผู้สูงอายุเป็นพิเศษ
สวนที่ร่มรื่นควรทำให้ทุกคนในบ้านใช้งานได้อย่างสบายใจ
18. เลือกวัสดุแต่งสวนให้เหมาะกับแดดฝน
วัสดุแต่งสวนต้องเจอแดด ฝน และความชื้น จึงควรเลือกให้เหมาะกับภายนอก
เช่น
ไม้เทียมสำหรับภายนอก
หินกรวด
แผ่นทางเดิน Outdoor
กระถางไฟเบอร์ซีเมนต์
กระถางพลาสติกคุณภาพดี
กระเบื้องกันลื่น
โคมไฟสนามแบบกันน้ำ
เฟอร์นิเจอร์ Outdoor
ผ้าใบหรือร่มสนามที่ทนแดดฝน
ไม่ควรใช้วัสดุภายในไปวางกลางแจ้ง เพราะอาจบวม ผุ สีซีด หรือเสื่อมเร็ว
วัสดุที่ดีควรทนสภาพอากาศ ดูแลง่าย และเข้ากับสไตล์บ้าน
19. จัดสวนให้เหมาะกับบ้านมือสอง
ถ้าเป็น บ้านมือสอง ควรเช็กพื้นที่สวนเดิมก่อนว่า มีปัญหาอะไรซ่อนอยู่หรือไม่
เช่น ดินทรุด น้ำขัง รากไม้ดันพื้น ท่อระบายน้ำตัน ต้นไม้ใหญ่ชิดบ้านเกินไป หรือใบไม้ตันรางน้ำ
ก่อนจัดสวนใหม่ ไม่ควรรีบถมดินหรือปูกระเบื้องทับทันที ควรแก้ระบบระบายน้ำและตรวจรากไม้เดิมก่อน
บ้านมือสองบางหลังอาจมีสวนเดิมที่ดีอยู่แล้ว เพียงแค่ตัดแต่ง ปรับแสง เพิ่มทางเดิน หรือจัดกระถางใหม่ ก็ทำให้บ้านดูสดขึ้นได้โดยไม่ต้องรื้อทั้งหมด
20. บ้านรีโนเวทควรวางสวนตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
สำหรับ บ้านรีโนเวท ควรวางแผนสวนไปพร้อมกับงานบ้าน เพราะสวนเกี่ยวข้องกับระบบน้ำ ไฟ ทางเดิน ผนัง และการระบายน้ำ
ถ้าคิดเรื่องสวนหลังจากรีโนเวทเสร็จแล้ว อาจต้องรื้อพื้น เดินท่อเพิ่ม หรือเจาะผนังใหม่
สิ่งที่ควรวางแผนตั้งแต่ต้น ได้แก่
จุดก๊อกน้ำ
ระบบระบายน้ำ
จุดไฟสวน
ตำแหน่งกระถางใหญ่
ทางเดิน
พื้นที่นั่งเล่น
แนวรั้วต้นไม้
ระยะห่างจากผนังบ้าน
ตำแหน่งต้นไม้ใหญ่
พื้นที่สำหรับดูแลสวน
การวางแผนสวนตั้งแต่ต้นช่วยให้บ้านดูลงตัวและลดปัญหาซ่อมแก้ภายหลัง
21. สวนเล็กก็ทำให้บ้านน่าอยู่ได้
ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ใหญ่ถึงจะมีสวนสวยได้
บ้านพื้นที่น้อยก็สามารถทำสวนได้ เช่น
สวนกระถางหน้าบ้าน
สวนแนวตั้ง
ชั้นวางต้นไม้
สวนริมหน้าต่าง
มุมต้นไม้ในห้องนั่งเล่น
สวนข้างบ้านแคบ ๆ
สวนระเบียง
มุมสมุนไพรเล็ก ๆ หลังครัว
หัวใจสำคัญคือเลือกต้นไม้ให้เหมาะกับพื้นที่ และไม่ทำให้บ้านรกหรือดูแลยาก
บางครั้งต้นไม้ไม่กี่กระถางที่จัดดี มีแสงพอดี และดูแลสม่ำเสมอ ก็ทำให้บ้านดูสดชื่นขึ้นได้มาก
22. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยก่อนจัดสวนในบ้าน
ข้อผิดพลาดแรกคือซื้อต้นไม้ตามความสวย โดยไม่ดูแดดและพื้นที่จริง
ข้อผิดพลาดที่สองคือปลูกต้นไม้ใหญ่ใกล้บ้านเกินไป
ข้อผิดพลาดที่สามคือไม่วางระบบระบายน้ำ ทำให้น้ำขังและบ้านชื้น
ข้อผิดพลาดที่สี่คือเลือกต้นไม้ที่ดูแลยากเกินไลฟ์สไตล์
ข้อผิดพลาดที่ห้าคือปูพื้นสวนด้วยวัสดุที่ลื่นเมื่อเปียกน้ำ
ข้อผิดพลาดที่หกคือวางกระถางหนักบนระเบียงโดยไม่เช็กน้ำหนัก
ข้อผิดพลาดที่เจ็ดคือจัดสวนแน่นเกินไปจนลมไม่ผ่าน
ข้อผิดพลาดที่แปดคือไม่เผื่อพื้นที่สำหรับตัดแต่งและทำความสะอาด
ข้อผิดพลาดที่เก้าคือใช้ไฟสวนหรือสายไฟที่ไม่เหมาะกับภายนอก
ข้อผิดพลาดที่สิบคือปลูกต้นไม้ที่รากแรงใกล้ท่อ พื้น หรือกำแพง
เช็กลิสต์ก่อนจัดสวนในบ้าน
ก่อนเริ่มจัดสวน ลองเช็กตามนี้
1. พื้นที่นี้แดดกี่ชั่วโมงต่อวัน
ช่วยเลือกต้นไม้ให้เหมาะกับแสง
2. มีน้ำขังหรือระบายน้ำยากไหม
ถ้ามี ต้องแก้ก่อนปลูกต้นไม้
3. สวนอยู่ใกล้ผนังบ้านเกินไปไหม
ควรเว้นระยะให้อากาศถ่ายเท
4. ต้นไม้โตเต็มที่จะใหญ่แค่ไหน
อย่าดูแค่ขนาดตอนซื้อ
5. รากไม้จะกระทบพื้น ท่อ หรือกำแพงไหม
โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่และไม้โตเร็ว
6. มีเวลารดน้ำและตัดแต่งมากแค่ไหน
เลือกสวนให้เหมาะกับชีวิตจริง
7. บ้านมีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงไหม
ต้องเลือกต้นไม้และวัสดุให้ปลอดภัย
8. ทางเดินในสวนลื่นหรือสะดุดไหม
ควรเลือกวัสดุกันลื่นและเดินง่าย
9. มีไฟสวนหรือแสงสว่างเพียงพอไหม
ช่วยเพิ่มความปลอดภัยตอนกลางคืน
10. สวนนี้ดูแลได้ในระยะยาวไหม
สวนที่ดีต้องไม่กลายเป็นภาระหลังจัดเสร็จ
บ้านสร้างตัวกับการจัดสวนให้บ้านน่าอยู่ขึ้น
บ้านสร้างตัวมองว่า สวนเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้บ้านมีชีวิตชีวาและน่าอยู่ขึ้น โดยเฉพาะ บ้านมือสอง และ บ้านรีโนเวท ที่ต้องการเพิ่มความสดชื่นให้พื้นที่เดิม
แต่การจัดสวนควรทำอย่างเข้าใจบ้าน ไม่ใช่แค่ปลูกต้นไม้ให้เต็มพื้นที่
ควรดูทั้งแสงแดด ลม ความชื้น ระบบน้ำ ระยะห่างจากตัวบ้าน และความเหมาะสมกับคนในบ้าน
เพราะบ้านที่ดีไม่ใช่แค่บ้านที่สวยในรูป แต่ต้องเป็นบ้านที่อยู่แล้วสบาย ดูแลง่าย และไม่สร้างปัญหาให้ผนัง พื้น ท่อ หรือโครงสร้างในอนาคต
สรุป เทคนิคน่ารู้ ก่อนจัดสวนในบ้านให้ร่มรื่นน่าอยู่
การ จัดสวนในบ้าน ให้ร่มรื่นน่าอยู่ ควรเริ่มจากการสำรวจพื้นที่จริงก่อน ทั้งแดด ลม น้ำ ดิน และตำแหน่งรอบบ้าน
ควรเลือกต้นไม้ให้เหมาะกับพื้นที่ ไม่ปลูกต้นไม้ใหญ่ชิดบ้านเกินไป วางระบบระบายน้ำให้ดี เลือกวัสดุที่ไม่ลื่นและทนแดดฝน รวมถึงจัดสวนให้เหมาะกับเวลาที่เราดูแลได้จริง
บ้านที่มีสวนดีจะช่วยให้บรรยากาศน่าอยู่ขึ้น แต่สวนที่ออกแบบไม่ดีอาจทำให้บ้านชื้น รก น้ำขัง หรือเกิดปัญหารากไม้ในอนาคต
สุดท้าย สวนที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องใหญ่หรือแพงที่สุด แต่ต้องเป็นสวนที่เข้ากับบ้าน เข้ากับคนอยู่ และดูแลได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้บ้านร่มรื่น สบายตา และน่าอยู่ไปได้นาน