ทำความสะอาดบ้านฉบับคนรักสัตว์ เริ่มจากเข้าใจบ้านที่มีน้องอยู่ด้วย
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงมักมีความสุขมากขึ้น แต่ก็มีงานบ้านมากขึ้นเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นขนสัตว์บนโซฟา กลิ่นฉี่ คราบอาหาร รอยเท้าเปื้อนฝุ่น ทรายแมวที่กระจายตามพื้น หรือของเล่นที่วางทั่วบ้าน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของ บ้านเลี้ยงสัตว์
แต่ถ้าปล่อยไว้นาน บ้านอาจมีกลิ่นอับ สกปรก เกิดคราบฝังแน่น และอาจกระทบทั้งสุขภาพของคนในบ้านและสัตว์เลี้ยงได้
การ ทำความสะอาดบ้านฉบับคนรักสัตว์ จึงไม่ใช่แค่ทำให้บ้านดูเรียบร้อย แต่ต้องคิดถึงความปลอดภัยของน้องหมา น้องแมว และสัตว์เลี้ยงตัวอื่นด้วย
เพราะสัตว์เลี้ยงมักนอนบนพื้น เลียอุ้งเท้า ดมกลิ่นตามมุมบ้าน และอาจเผลอเลียพื้นหรือของใช้ที่เพิ่งทำความสะอาด หากใช้น้ำยาที่แรงเกินไป หรือปล่อยให้สารเคมีตกค้าง อาจทำให้น้องระคายเคืองหรือไม่สบายได้
บ้านเลี้ยงสัตว์ต้องสะอาดแบบไหน?
บ้านที่สะอาดสำหรับคนรักสัตว์ ไม่จำเป็นต้องสะอาดแบบปลอดเชื้อทุกมุม แต่ควรสะอาดแบบ “อยู่แล้วสบาย ปลอดกลิ่น และปลอดภัย”
หัวใจสำคัญคือ
ลดขนสัตว์สะสม
ลดกลิ่นฉี่และกลิ่นตัวสัตว์เลี้ยง
ทำความสะอาดจุดกินอาหารและจุดขับถ่ายสม่ำเสมอ
เลือกน้ำยาที่เหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
ระบายอากาศให้ดี
จัดของสัตว์เลี้ยงให้เป็นระเบียบ
ทำความสะอาดพื้นผิวที่สัตว์เลียหรือสัมผัสบ่อย
ไม่ใช้น้ำยาหลายชนิดผสมกันเอง
รอให้พื้นแห้งก่อนปล่อยให้น้องเดินเล่น
บ้านที่ดีสำหรับคนรักสัตว์ควรสะอาดพอให้คนอยู่สบาย และปลอดภัยพอให้น้องใช้ชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติ
1. เริ่มจากกวาดและดูดขนสัตว์ทุกวันหรือวันเว้นวัน
ขนสัตว์ในบ้าน เป็นเรื่องที่คนเลี้ยงสัตว์แทบทุกคนต้องเจอ โดยเฉพาะบ้านที่เลี้ยงแมว สุนัขขนยาว หรือสัตว์ที่ผลัดขนตามฤดูกาล
ถ้าปล่อยให้ขนสะสมตามพื้น โซฟา พรม ผ้าม่าน หรือมุมห้อง บ้านจะดูสกปรกง่าย และอาจทำให้คนเป็นภูมิแพ้รู้สึกไม่สบายได้
ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นที่เหมาะกับขนสัตว์ หรือใช้ลูกกลิ้งเก็บขนกับโซฟา ที่นอน และผ้าห่ม
ถ้าพื้นเป็นกระเบื้องหรือพื้นไวนิล ควรกวาดหรือถูด้วยผ้าดักฝุ่นก่อนถูเปียก เพื่อลดการกระจายของขน
เคล็ดลับง่าย ๆ คือ อย่ารอให้บ้านมีขนเต็มพื้นแล้วค่อยทำ เพราะขนสัตว์ยิ่งสะสม ยิ่งทำความสะอาดยาก
2. แปรงขนน้องเป็นประจำ ลดภาระงานบ้านได้มาก
การทำความสะอาดบ้านที่ดีเริ่มจากตัวสัตว์เลี้ยงด้วย
หากแปรงขนน้องหมาหรือน้องแมวเป็นประจำ จะช่วยลดขนร่วงในบ้านได้มาก โดยเฉพาะสัตว์ขนยาวหรือช่วงผลัดขน
ควรเลือกแปรงให้เหมาะกับชนิดขน เช่น แปรงสางขน แปรงยาง หรือหวีสำหรับขนพันกัน
ควรแปรงในพื้นที่ที่เก็บกวาดง่าย เช่น ระเบียง มุมซักล้าง หรือห้องที่ไม่มีพรม
หลังแปรงควรเก็บขนทันที ไม่ควรปล่อยให้ปลิวไปทั่วบ้าน
วิธีนี้ช่วยให้บ้านสะอาดขึ้น และยังช่วยให้เราสังเกตสุขภาพผิวหนังของสัตว์เลี้ยงได้ด้วย เช่น มีผื่น แผล ขนร่วงผิดปกติ หรือเห็บหมัดหรือไม่
3. จัดโซนกินอาหารให้เช็ดง่าย
มุมกินอาหารของสัตว์เลี้ยงเป็นอีกจุดที่สกปรกง่ายมาก
อาหารเม็ดอาจตกพื้น อาหารเปียกอาจเลอะชาม น้ำอาจหก และบางครั้งมดหรือแมลงอาจเข้ามาได้
ควรวางชามอาหารบนแผ่นรองที่เช็ดล้างง่าย เช่น แผ่นซิลิโคน แผ่นพลาสติก หรือถาดรองขอบสูง
หลังน้องกินเสร็จ ควรเก็บเศษอาหารและเช็ดพื้นทันที โดยเฉพาะอาหารเปียกที่มีกลิ่นง่าย
ชามอาหารและชามน้ำควรล้างเป็นประจำ ไม่ควรเติมอาหารซ้ำบนชามที่สกปรก
ถ้าบ้านมีหลายตัว ควรแยกชามให้ชัด เพื่อลดการแย่งอาหารและช่วยให้ดูแลความสะอาดง่ายขึ้น
4. ทำความสะอาดชามน้ำทุกวัน
ชามน้ำเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม เพราะดูเหมือนมีแค่น้ำสะอาดอยู่ในชาม
แต่ในความจริง ชามน้ำอาจมีคราบเมือก ฝุ่น ขนสัตว์ น้ำลาย และเศษอาหารเล็ก ๆ สะสมได้
ควรล้างชามน้ำทุกวัน และเปลี่ยนน้ำใหม่อย่างสม่ำเสมอ
ถ้าใช้เครื่องให้น้ำอัตโนมัติ ควรถอดล้างตามรอบที่เหมาะสม รวมถึงเปลี่ยนไส้กรองตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ชามน้ำที่สะอาดช่วยลดกลิ่นและช่วยให้น้องดื่มน้ำได้อย่างสบายใจมากขึ้น
5. จุดขับถ่ายต้องสะอาดและไม่ส่งกลิ่น
ถ้าเลี้ยงแมว กระบะทรายคือจุดที่ต้องดูแลทุกวัน
ควรตักของเสียออกอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง และเปลี่ยนทรายตามรอบที่เหมาะสม
ตำแหน่งวางกระบะทรายควรอยู่ในจุดที่ระบายอากาศดี ไม่อับ และไม่อยู่ใกล้ชามอาหาร
ถ้าเลี้ยงสุนัขและใช้แผ่นรองฉี่ ควรเปลี่ยนแผ่นทันทีเมื่อเปียกมาก หรืออย่างน้อยวันละหลายครั้งตามการใช้งาน
หากน้องขับถ่ายในสนามหรือพื้นที่หลังบ้าน ควรเก็บมูลทันที และล้างพื้นไม่ให้กลิ่นสะสม
จุดขับถ่ายที่สะอาดช่วยลดทั้งกลิ่น แมลง และความเสี่ยงที่น้องจะไปขับถ่ายผิดที่
6. คราบฉี่สัตว์เลี้ยง ต้องรีบเช็ด อย่าปล่อยให้ฝัง
คราบฉี่สัตว์เลี้ยง เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของกลิ่นในบ้าน
ถ้าเพิ่งเกิดคราบใหม่ ควรซับออกทันทีด้วยกระดาษหรือผ้าสะอาด อย่าถูแรง เพราะอาจทำให้คราบกระจายกว้างขึ้น
หลังซับแล้วควรใช้น้ำยาที่เหมาะกับคราบสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะน้ำยากลุ่มเอนไซม์ที่ช่วยจัดการกลิ่นจากต้นตอ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น
หากเป็นพรม โซฟา หรือที่นอน ควรทดสอบน้ำยาบนมุมเล็ก ๆ ก่อน เพื่อดูว่าสีตกหรือวัสดุเสียหายหรือไม่
อย่าใช้น้ำหอมฉีดกลบกลิ่นอย่างเดียว เพราะกลิ่นฉี่อาจยังอยู่ และสัตว์เลี้ยงอาจกลับไปขับถ่ายซ้ำที่เดิมได้
7. เลือกน้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยง
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงควรเลือกน้ำยาทำความสะอาดอย่างระมัดระวัง
ควรอ่านฉลากทุกครั้ง ดูวิธีใช้ วิธีผสมน้ำ ข้อควรระวัง และต้องล้างออกหรือไม่
ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยากลิ่นแรงเกินไปในพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงใช้บ่อย เพราะจมูกของสัตว์ไวต่อกลิ่นมากกว่าคน
หากใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือผลิตภัณฑ์ที่แรง ควรกันสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ เปิดหน้าต่างระบายอากาศ และรอให้พื้นผิวแห้งสนิทก่อนให้น้องกลับเข้าไป
อย่าใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวกับตัวสัตว์เลี้ยงโดยตรง
ถ้าสงสัยว่าน้องเลียน้ำยา เดินบนพื้นที่ยังเปียกแล้วเลียเท้า หรือมีอาการผิดปกติ เช่น น้ำลายไหล อาเจียน ซึม หรือเดินเซ ควรรีบติดต่อสัตวแพทย์
8. อย่าผสมน้ำยาหลายชนิดเอง
หลายคนคิดว่าผสมน้ำยาหลายชนิดแล้วจะทำให้บ้านสะอาดขึ้น แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นอันตรายมาก
โดยเฉพาะการผสมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีสารต่างชนิดกัน อาจเกิดกลิ่นฉุนหรือไอระเหยที่เป็นอันตรายต่อทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทีละชนิดตามคำแนะนำบนฉลาก
ไม่ควรผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น น้ำยาฟอกขาว หรือผลิตภัณฑ์กลิ่นแรงหลายชนิดเข้าด้วยกัน
ความสะอาดที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาแรงเสมอไป แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธีและปลอดภัย
9. ทำความสะอาดพื้นให้เหมาะกับวัสดุ
พื้นบ้านแต่ละชนิดเหมาะกับวิธีทำความสะอาดไม่เหมือนกัน
พื้นกระเบื้องทำความสะอาดง่ายและทนความชื้น แต่ควรเช็ดให้แห้งเพื่อไม่ให้ลื่น
พื้นไม้ลามิเนตหรือพื้นไม้ควรหลีกเลี่ยงน้ำมากเกินไป เพราะอาจบวม เสียรูป หรือเกิดกลิ่นอับได้
พื้นไวนิลมักเหมาะกับบ้านเลี้ยงสัตว์ เพราะเช็ดง่าย แต่ควรเลือกน้ำยาที่ไม่ทำลายผิวพื้น
ถ้ามีพรม ควรดูดฝุ่นบ่อยและรีบจัดการคราบทันที เพราะพรมดูดซับกลิ่นและขนสัตว์ได้ง่าย
ไม่ว่าพื้นแบบไหน สิ่งสำคัญคือทำความสะอาดคราบทันที และรอให้พื้นแห้งก่อนปล่อยให้น้องเดิน เพื่อลดการลื่นและลดโอกาสเลียน้ำยาที่ตกค้าง
10. โซฟา ผ้าม่าน และพรม ต้องดูแลเป็นพิเศษ
ผ้านุ่ม ๆ ในบ้านมักเป็นที่สะสมของขน กลิ่น และฝุ่น
โซฟาผ้า พรม ผ้าม่าน หมอนอิง และผ้าห่มสัตว์เลี้ยงควรทำความสะอาดตามรอบที่เหมาะสม
ควรดูดฝุ่นโซฟาและพรมเป็นประจำ ใช้ลูกกลิ้งเก็บขน หรือใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดขนออก
ผ้าห่มหรือเบาะสัตว์เลี้ยงควรซักสม่ำเสมอ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและล้างออกให้สะอาด
ถ้าบ้านมีสัตว์เลี้ยงที่ชอบนอนโซฟา อาจใช้ผ้าคลุมถอดซักได้ เพื่อลดคราบและกลิ่นสะสม
บ้านที่มีผ้าน้อยลงหรือเลือกผ้าที่ถอดซักง่าย จะดูแลสะดวกกว่ามาก
11. ที่นอนสัตว์เลี้ยงต้องซักเป็นประจำ
ที่นอนของสัตว์เลี้ยงเป็นจุดที่มีกลิ่นง่าย เพราะมีทั้งขน เหงื่อ น้ำลาย ฝุ่น และคราบจากตัวสัตว์
ควรเลือกที่นอนที่ถอดปลอกซักได้ หรือใช้ผ้ารองที่ซักง่าย
ควรซักอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นหากน้องมีกลิ่นแรง เล่นนอกบ้านบ่อย หรือมีปัญหาผิวหนัง
หลังซักควรตากให้แห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้ เพราะที่นอนชื้นอาจทำให้เกิดกลิ่นอับและเชื้อราง่าย
ถ้าที่นอนเริ่มมีกลิ่นฝังแน่น ซักแล้วไม่หาย หรือขาดจนเก็บฝุ่นมาก ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่
12. ของเล่นสัตว์เลี้ยงก็ต้องล้าง
ของเล่นเป็นอีกสิ่งที่สัตว์เลี้ยงคาบ กัด เลีย และลากไปทั่วบ้าน
ของเล่นยางหรือพลาสติกควรล้างเป็นประจำและเช็ดให้แห้ง
ของเล่นผ้าควรซักตามรอบ และตากให้แห้งสนิท
ถ้าของเล่นเริ่มขาด มีเศษพลาสติกหลุด หรือชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่น้องอาจกลืนได้ ควรทิ้งทันที
การทำความสะอาดของเล่นช่วยลดกลิ่น ลดคราบน้ำลาย และช่วยให้มุมของเล่นดูเป็นระเบียบมากขึ้น
13. จัดบ้านให้มีมุมของน้องชัดเจน
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงควรมีโซนสำหรับน้องอย่างชัดเจน เช่น มุมนอน มุมกินอาหาร มุมของเล่น และมุมขับถ่าย
การจัดโซนช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้น เพราะรู้ว่าจุดไหนต้องดูแลบ่อยเป็นพิเศษ
ถ้าของสัตว์เลี้ยงกระจายทั่วบ้าน บ้านจะรกง่าย และทำให้ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง
อาจใช้ตะกร้า กล่องเก็บของ ชั้นเล็ก ๆ หรือพื้นที่ใต้บันไดเป็นมุมเก็บของน้อง
บ้านที่จัดโซนดีจะดูเรียบร้อยขึ้น แม้มีสัตว์เลี้ยงหลายตัว
14. ระบายอากาศทุกวัน ลดกลิ่นอับในบ้าน
บ้านที่เลี้ยงสัตว์ควรเปิดให้อากาศถ่ายเททุกวัน หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย
กลิ่นสัตว์เลี้ยงมักสะสมได้ง่ายในบ้านที่ปิดทึบ เปิดแอร์ตลอด หรือไม่มีช่องลม
ควรเปิดหน้าต่างบางช่วงของวัน เปิดพัดลมช่วยระบาย หรือใช้พัดลมดูดอากาศในจุดที่มีกลิ่น เช่น ห้องน้ำสัตว์เลี้ยง ห้องครัว หรือมุมกระบะทราย
ถ้าอยู่คอนโด ควรระวังไม่ให้กลิ่นจากระเบียงหรือกระบะทรายลอยไปรบกวนห้องข้าง ๆ
การระบายอากาศช่วยให้บ้านสดชื่นขึ้น และช่วยลดการพึ่งน้ำหอมปรับอากาศมากเกินไป
15. ใช้น้ำหอมปรับอากาศอย่างระวัง
บ้านที่มีกลิ่นสัตว์เลี้ยง ไม่ควรแก้ด้วยน้ำหอมปรับอากาศอย่างเดียว
เพราะน้ำหอมช่วยกลบกลิ่นชั่วคราว แต่ไม่ได้จัดการต้นตอ เช่น คราบฉี่ กระบะทรายสกปรก ที่นอนอับ หรืออาหารที่ตกค้าง
นอกจากนี้ สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจไวต่อกลิ่นแรง โดยเฉพาะแมว สุนัขตัวเล็ก สัตว์เลี้ยงสูงวัย หรือนก
ถ้าจะใช้ผลิตภัณฑ์ให้กลิ่น ควรเลือกกลิ่นอ่อน ใช้ในปริมาณเหมาะสม และไม่ฉีดใกล้ตัวสัตว์เลี้ยง ชามอาหาร กระบะทราย หรือที่นอนของน้อง
ทางที่ดีที่สุดคือกำจัดต้นตอกลิ่นก่อน แล้วค่อยเพิ่มความหอมแบบพอดี
16. ห้องน้ำและครัวต้องสะอาดเป็นพิเศษ
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงควรดูแลห้องน้ำและครัวให้ดี เพราะเป็นพื้นที่ที่มีทั้งความชื้น เศษอาหาร และกลิ่นได้ง่าย
ในครัวควรเก็บอาหารให้มิดชิด ไม่วางอาหารคนหรืออาหารสัตว์ทิ้งไว้จนมดขึ้น
ถังขยะควรมีฝาปิด โดยเฉพาะถังที่มีเศษอาหารหรือซองอาหารสัตว์
ห้องน้ำควรระบายอากาศดี พื้นไม่ลื่น และไม่มีน้ำยาทำความสะอาดวางไว้ในจุดที่สัตว์เลี้ยงเข้าถึงได้
หากบ้านมีน้องหมาที่ชอบเข้าห้องน้ำหรือเลียพื้น ควรรอให้พื้นแห้งและล้างน้ำยาตกค้างให้เรียบร้อยก่อนเปิดให้เข้าไป
17. เก็บน้ำยาและอุปกรณ์ทำความสะอาดให้พ้นสัตว์เลี้ยง
สัตว์เลี้ยงบางตัวชอบกัดขวด ดมกลิ่น เลียพื้น หรือเล่นกับอุปกรณ์แปลก ๆ
ดังนั้น น้ำยาทำความสะอาด ผงซักฟอก น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาฆ่าเชื้อ สเปรย์ และอุปกรณ์มีคมควรเก็บในตู้ที่ปิดได้
ไม่ควรวางน้ำยาไว้ใต้ซิงก์แบบเปิดโล่ง หากสัตว์เลี้ยงเปิดตู้เองได้
ถ้าเทน้ำยาแบ่งใส่ขวดอื่น ควรติดฉลากให้ชัด แต่ทางที่ดีควรเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมเพื่อไม่ให้สับสน
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงควรมองการเก็บของเหมือนมีเด็กเล็กอยู่ในบ้าน คืออะไรที่อันตรายต้องเก็บให้มิดชิด
18. ทำตารางทำความสะอาดบ้านเลี้ยงสัตว์
การทำความสะอาดบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงจะง่ายขึ้นถ้ามีตาราง
ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างทุกวัน แต่ควรแบ่งงานให้เหมาะสม
ทุกวัน
เก็บมูลสัตว์
ล้างชามอาหารและชามน้ำ
กวาดหรือดูดขนในจุดหลัก
เช็ดคราบอาหารหรือคราบฉี่ทันที
เก็บของเล่นให้เป็นที่
ทุกสัปดาห์
ซักที่นอนสัตว์เลี้ยง
ดูดฝุ่นโซฟา พรม และมุมห้อง
ทำความสะอาดกระบะทรายหรือจุดขับถ่ายลึกขึ้น
เช็ดประตู รั้ว หรือจุดที่น้องชอบถูตัว
ล้างของเล่นบางส่วน
ทุกเดือน
ทำความสะอาดผ้าม่านหรือผ้าคลุมใหญ่ตามความเหมาะสม
ตรวจกลิ่นตามมุมบ้าน
เช็กคราบฝังแน่น
ล้างพื้นที่หลังบ้านหรือระเบียง
จัดของสัตว์เลี้ยงที่ไม่ใช้แล้วออก
การมีตารางช่วยให้บ้านสะอาดต่อเนื่องและไม่เหนื่อยเกินไป
19. บ้านเลี้ยงสัตว์ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบดูแลง่าย
ถ้ากำลังแต่งบ้านหรือรีโนเวทบ้านเพื่ออยู่กับสัตว์เลี้ยง ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ทนและทำความสะอาดง่าย
โซฟาผ้าที่ถอดซักได้จะดูแลง่ายกว่าโซฟาที่ซักไม่ได้
หนังเทียมหรือวัสดุบางชนิดเช็ดง่าย แต่ต้องระวังรอยข่วน
ตู้เก็บของแบบปิดช่วยลดขนและฝุ่นสะสม
พรมผืนเล็กที่ซักได้ดูแลง่ายกว่าพรมใหญ่เต็มห้อง
ผ้าม่านที่ถอดซักง่ายเหมาะกับบ้านที่มีขนสัตว์เยอะ
บ้านที่ออกแบบให้ทำความสะอาดง่ายตั้งแต่ต้น จะช่วยลดภาระระยะยาวของคนเลี้ยงสัตว์ได้มาก
20. บ้านรีโนเวทสำหรับคนรักสัตว์ ควรคิดเรื่องพื้นก่อน
สำหรับ บ้านรีโนเวท ที่มีสัตว์เลี้ยง พื้นเป็นเรื่องสำคัญมาก
ควรเลือกพื้นที่ไม่ลื่นเกินไป ทนรอยขีดข่วน ทำความสะอาดง่าย และไม่อมกลิ่น
พื้นกระเบื้องหรือพื้นไวนิลบางรุ่นอาจเหมาะกับบ้านเลี้ยงสัตว์ เพราะเช็ดคราบได้ง่าย
ถ้าใช้พื้นไม้หรือพื้นลามิเนต ต้องระวังคราบฉี่และน้ำหก เพราะอาจซึมตามรอยต่อและเกิดกลิ่นฝังแน่น
ควรหลีกเลี่ยงพรมเต็มห้องในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงขับถ่ายผิดที่บ่อยหรือขนร่วงมาก เพราะทำความสะอาดยาก
พื้นบ้านที่ดีช่วยให้บ้านดูสะอาดและอยู่กับสัตว์เลี้ยงได้ง่ายขึ้น
21. บ้านมือสองที่เคยเลี้ยงสัตว์ ต้องตรวจอะไร?
ถ้ากำลังซื้อ บ้านมือสอง ที่เคยมีสัตว์เลี้ยง ควรตรวจเรื่องกลิ่นและคราบให้ละเอียด
บางครั้งบ้านดูสะอาด แต่กลิ่นฉี่สัตว์เลี้ยงอาจฝังอยู่ในพื้น ผนัง บัวพื้น หรือซอกเฟอร์นิเจอร์
ควรสังเกตกลิ่นอับตามมุมห้อง ใต้บันได หลังประตู ระเบียง และห้องที่เคยใช้เป็นพื้นที่สัตว์เลี้ยง
ดูคราบบนพื้นและผนัง โดยเฉพาะจุดที่มีรอยด่างหรือสีผนังบวม
ถ้าเป็นบ้านรีโนเวทแล้ว ควรถามว่ามีการเปลี่ยนพื้นหรือแก้กลิ่นเดิมจริงหรือไม่
บ้านมือสองที่เหมาะกับคนรักสัตว์ควรทำความสะอาดง่าย ระบายอากาศดี และไม่มีคราบหรือกลิ่นสะสมหนัก
22. ลดกลิ่นสัตว์เลี้ยงแบบไม่ต้องใช้น้ำยาแรง
การลด กลิ่นสัตว์เลี้ยง ที่ดีที่สุดคือแก้ที่ต้นเหตุ
ถ้ามีกลิ่นจากตัวน้อง ควรดูแลสุขภาพผิวหนัง อาบน้ำตามความเหมาะสม และเช็ดตัวหลังออกไปข้างนอก
ถ้ามีกลิ่นจากกระบะทราย ควรตักของเสียบ่อยขึ้นและเปลี่ยนทรายตามรอบ
ถ้ามีกลิ่นจากที่นอน ควรซักและตากแดดให้แห้ง
ถ้ามีกลิ่นจากพื้น ควรใช้น้ำยาที่เหมาะกับคราบสัตว์เลี้ยงและเช็ดให้แห้ง
การเปิดหน้าต่าง ระบายอากาศ และใช้แสงแดดช่วยก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้บ้านสดชื่นขึ้นได้
ไม่ควรพึ่งน้ำยากลิ่นแรงจนบ้านหอมฉุน เพราะอาจทำให้น้องไม่สบายจมูกหรือหลีกเลี่ยงพื้นที่นั้น
23. หลังพาน้องออกนอกบ้าน ควรเช็ดตัวและอุ้งเท้า
ถ้าพาน้องหมาออกไปเดินเล่น หรือแมวออกไประเบียง/สวน ควรเช็ดอุ้งเท้าก่อนเข้าบ้าน
อุ้งเท้าอาจมีฝุ่น ดิน น้ำสกปรก เชื้อโรค หรือเศษหญ้าติดเข้ามา
ควรวางผ้าเช็ดเท้าหรือทิชชู่เปียกสำหรับสัตว์เลี้ยงไว้ใกล้ประตู
ถ้าน้องเปียกฝน ควรเช็ดตัวให้แห้งก่อนปล่อยเดินในบ้าน เพราะความชื้นอาจทำให้บ้านมีกลิ่นอับ และอาจทำให้น้องไม่สบายผิวหนังได้
นิสัยเล็ก ๆ แบบนี้ช่วยลดความสกปรกในบ้านได้มาก
24. ระวังเห็บ หมัด และแมลง
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงควรดูแลเรื่องเห็บ หมัด และแมลงอย่างสม่ำเสมอ
หากสัตว์เลี้ยงมีเห็บหมัด อาจทำให้บ้านมีไข่หรือแมลงเล็ก ๆ สะสมตามที่นอน พรม โซฟา และมุมห้อง
ควรปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการป้องกันเห็บหมัดที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว
ไม่ควรใช้ยาฆ่าแมลงแรง ๆ ในบ้านโดยไม่อ่านฉลากหรือไม่กันสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ เพราะอาจเป็นอันตรายได้
หากต้องฉีดพ่นหรือกำจัดแมลง ควรเลือกบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่แจ้งชัดว่าเหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง และทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
25. ถ้าบ้านมีเด็กและสัตว์เลี้ยง ต้องสะอาดขึ้นอีกระดับ
บ้านที่มีทั้งเด็กและสัตว์เลี้ยงควรดูแลความสะอาดเป็นพิเศษ เพราะเด็กมักเล่นบนพื้น หยิบของเข้าปาก และสัมผัสสัตว์เลี้ยงใกล้ชิด
ควรทำความสะอาดพื้นบ่อยขึ้น
เก็บของเล่นเด็กและของเล่นสัตว์แยกกัน
ล้างมือหลังเล่นกับสัตว์เลี้ยง
ทำความสะอาดจุดขับถ่ายของสัตว์ให้มิดชิด
ไม่ให้เด็กเล่นใกล้กระบะทรายหรือแผ่นรองฉี่
เลือกน้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัยทั้งกับเด็กและสัตว์เลี้ยง
การจัดบ้านให้สะอาดและเป็นระบบช่วยให้เด็กกับสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้ปลอดภัยขึ้น
ข้อผิดพลาดที่คนเลี้ยงสัตว์มักทำเวลาทำความสะอาดบ้าน
ข้อผิดพลาดแรกคือใช้น้ำยากลิ่นแรงเพื่อกลบกลิ่น แทนที่จะแก้ต้นตอของกลิ่น
ข้อผิดพลาดที่สองคือปล่อยคราบฉี่ไว้นาน ทำให้กลิ่นฝังพื้นและเฟอร์นิเจอร์
ข้อผิดพลาดที่สามคือไม่ซักที่นอนสัตว์เลี้ยง ทำให้บ้านมีกลิ่นแม้ถูพื้นแล้ว
ข้อผิดพลาดที่สี่คือไม่ล้างชามอาหารและชามน้ำเป็นประจำ
ข้อผิดพลาดที่ห้าคือใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดผสมกันเอง
ข้อผิดพลาดที่หกคือปล่อยให้น้องเดินบนพื้นที่ยังเปียกน้ำยา
ข้อผิดพลาดที่เจ็ดคือไม่ระบายอากาศ ทำให้กลิ่นและความชื้นสะสม
ข้อผิดพลาดที่แปดคือเลือกเฟอร์นิเจอร์หรือพื้นบ้านที่ทำความสะอาดยากเกินไป
เช็กลิสต์ทำความสะอาดบ้านฉบับคนรักสัตว์
ก่อนเริ่มจัดบ้าน ลองเช็กตามนี้
1. มีจุดกินอาหารชัดเจนไหม
ควรมีแผ่นรองและล้างชามทุกวัน
2. จุดขับถ่ายสะอาดพอไหม
ควรเก็บมูลและเปลี่ยนแผ่นรองหรือทรายตามรอบ
3. ขนสัตว์สะสมตรงไหนมากที่สุด
เช่น โซฟา พรม มุมห้อง หรือใต้เตียง
4. ใช้น้ำยาที่ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยงหรือไม่
อ่านฉลากและรอให้พื้นแห้งก่อนปล่อยน้องเข้าไป
5. ที่นอนและผ้าห่มน้องซักบ่อยแค่ไหน
ควรซักสม่ำเสมอและตากให้แห้งสนิท
6. บ้านมีกลิ่นจากต้นตออะไร
เช่น ฉี่ กระบะทราย ที่นอน หรืออาหารเปียก
7. ระบายอากาศทุกวันไหม
ช่วยลดกลิ่นและความอับ
8. ของเล่นน้องสะอาดหรือยัง
ของเล่นผ้าควรซัก ของเล่นยางควรล้าง
9. น้ำยาและอุปกรณ์อันตรายเก็บพ้นมือน้องไหม
ควรเก็บในตู้ปิดมิดชิด
10. บ้านทำความสะอาดง่ายพอไหม
ถ้ารีโนเวทหรือแต่งบ้าน ควรเลือกวัสดุที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยง
บ้านสร้างตัวกับบ้านที่เหมาะกับคนรักสัตว์
สำหรับคนที่กำลังมองหา บ้านเลี้ยงสัตว์, บ้านมือสอง, หรือ บ้านรีโนเวท ความสะอาดและการดูแลบ้านเป็นเรื่องที่ควรคิดตั้งแต่ก่อนซื้อ
บ้านที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงควรมีพื้นที่เพียงพอ ระบายอากาศดี พื้นทำความสะอาดง่าย มีมุมขับถ่ายที่จัดการได้ และมีพื้นที่เก็บของสัตว์เลี้ยงเป็นระเบียบ
บ้านสร้างตัวให้ความสำคัญกับบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนอยู่ รวมถึงครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงด้วย
เพราะบ้านที่ดีไม่ใช่แค่บ้านที่สวย แต่ควรเป็นบ้านที่อยู่แล้วสะอาด ดูแลง่าย ปลอดภัย และทำให้ทั้งคนกับสัตว์เลี้ยงมีความสุขในทุกวัน
สรุป ทำความสะอาดบ้านฉบับคนรักสัตว์ ต้องสะอาดและปลอดภัยไปพร้อมกัน
ทำความสะอาดบ้านฉบับคนรักสัตว์ ต้องใส่ใจมากกว่าการถูพื้นหรือปัดฝุ่นทั่วไป เพราะบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงมักมีทั้งขน กลิ่น คราบฉี่ คราบอาหาร และของใช้สัตว์เลี้ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
หัวใจสำคัญคือทำความสะอาดสม่ำเสมอ จัดโซนให้น้องชัดเจน เลือกน้ำยาที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยง ระบายอากาศทุกวัน และแก้กลิ่นจากต้นตอ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น
ควรเก็บน้ำยาและอุปกรณ์อันตรายให้พ้นสัตว์เลี้ยง ไม่ผสมน้ำยาหลายชนิดเอง และรอให้พื้นแห้งก่อนปล่อยให้น้องกลับเข้าไปในพื้นที่ที่เพิ่งทำความสะอาด
สุดท้าย บ้านที่สะอาดสำหรับคนรักสัตว์ไม่จำเป็นต้องเนี้ยบตลอดเวลา แต่ควรเป็นบ้านที่ปลอดภัย ไม่มีกลิ่นรบกวน ทำความสะอาดง่าย และอยู่แล้วมีความสุขทั้งคนและสัตว์เลี้ยง