อยากให้บ้านดูดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องรีโนเวทใหญ่เสมอไป
หลายคนอยากให้บ้านดูใหม่ขึ้น ดูอบอุ่นขึ้น หรือดูน่าอยู่ขึ้น แต่พอคิดถึงคำว่า “แต่งบ้าน” ก็มักนึกถึงค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ เช่น ทาสีใหม่ เปลี่ยนพื้น บิ้วอินใหม่ หรือรีโนเวททั้งห้อง
ความจริงแล้ว บางครั้งบ้านอาจไม่ได้ต้องการการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แค่เปลี่ยนของบางอย่างที่เราใช้ทุกวัน ก็สามารถทำให้บรรยากาศบ้านเปลี่ยนไปได้ทันที
ของบางชิ้นอาจดูเล็ก แต่มีผลกับภาพรวมของบ้านมาก เช่น ผ้าม่านเก่า โคมไฟที่แสงแข็งเกินไป พรมที่สีซีด หมอนอิงที่ไม่เข้ากับโซฟา หรือของใช้ที่วางกระจัดกระจายจนทำให้บ้านดูรก
บทความนี้จะพาไปดู ของ 5 อย่างในบ้าน ที่ควรเปลี่ยน ถ้าอยากให้บ้านดูดีขึ้นแบบรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องรีโนเวทใหญ่ เหมาะทั้งบ้านใหม่ บ้านมือสอง คอนโด ทาวน์โฮม และ บ้านรีโนเวท ที่อยากเพิ่มความน่าอยู่แบบใช้งบไม่เยอะ
1. ผ้าม่าน เปลี่ยนแล้วบ้านดูใหม่ขึ้นทันที
ถ้าต้องเลือกของชิ้นแรกที่เปลี่ยนแล้วเห็นผลชัดมาก หนึ่งในนั้นคือ ผ้าม่าน
ผ้าม่านเป็นของแต่งบ้านที่กินพื้นที่สายตาค่อนข้างมาก เพราะอยู่ติดกับหน้าต่างและผนัง เมื่อผ้าม่านเก่า สีซีด มีคราบ หรือเนื้อผ้าไม่เข้ากับสไตล์บ้าน ต่อให้เฟอร์นิเจอร์อื่นยังดี บ้านก็อาจดูเก่าและไม่สดชื่นได้
การเปลี่ยนผ้าม่านใหม่ช่วยให้บ้านดูสะอาดขึ้น นุ่มขึ้น และมีบรรยากาศที่เป็นระเบียบมากขึ้นทันที
ถ้าอยากให้บ้านดูโปร่งและสบายตา ควรเลือกผ้าม่านโทนอ่อน เช่น ขาวนวล ครีม เบจ เทาอ่อน หรือสีเอิร์ธโทน
ถ้าห้องโดนแดดแรง อาจเลือกม่านสองชั้น เช่น ม่านโปร่งกับม่านกันแสง เพื่อให้ควบคุมแสงได้ดีขึ้น และช่วยให้ห้องดูมีมิติมากกว่าเดิม
สำหรับบ้านเล็กหรือคอนโด การเลือกม่านสูงจากเกือบติดเพดานลงมาถึงพื้น จะช่วยให้ห้องดูสูงและกว้างขึ้นได้ด้วย
ผ้าม่านแบบไหนทำให้บ้านดูดีขึ้น?
หากต้องการให้บ้านดูดีแบบไม่พลาดง่าย ควรเลือกผ้าม่านที่สีไม่ฉูดฉาดเกินไป และเข้ากับสีผนัง พื้น และเฟอร์นิเจอร์หลัก
สีที่ใช้ได้กับบ้านหลายสไตล์ ได้แก่ สีครีม สีเบจ สีเทาอ่อน สีขาวนวล และสีน้ำตาลอ่อน เพราะช่วยให้บ้านดูอบอุ่น สะอาด และแต่งต่อได้ง่าย
ควรหลีกเลี่ยงผ้าม่านลายใหญ่หรือสีเข้มมากในห้องเล็ก เพราะอาจทำให้ห้องดูแคบและหนักเกินไป
ถ้าบ้านเดิมดูแข็งหรือโล่งเกินไป ผ้าม่านผ้าเนื้อนุ่มจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้บ้านได้ดี
แต่ถ้าบ้านเดิมดูรกอยู่แล้ว ควรเลือกผ้าม่านเรียบ ๆ สีอ่อน เพื่อให้ภาพรวมบ้านดูสงบขึ้น
2. โคมไฟและแสงไฟ เปลี่ยนบรรยากาศบ้านได้มากกว่าที่คิด
แสงไฟเป็นสิ่งที่หลายบ้านมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วมีผลกับความรู้สึกของบ้านมาก
บ้านบางหลังเฟอร์นิเจอร์ดี พื้นดี ผนังดี แต่ใช้ไฟสีขาวจ้าเกินไป หรือแสงไฟกระจายไม่ดี ทำให้บ้านดูแข็ง เหมือนออฟฟิศ หรือไม่อบอุ่นเท่าที่ควร
การเปลี่ยน โคมไฟ หรือปรับโทนแสงไฟ สามารถทำให้บ้านดูดีขึ้นได้ทันที โดยเฉพาะในห้องนั่งเล่น ห้องนอน มุมกินข้าว และมุมทำงาน
ถ้าต้องการบรรยากาศอบอุ่น ควรเลือกไฟโทนอุ่นหรือ Warm White สำหรับพื้นที่พักผ่อน เช่น ห้องนั่งเล่นและห้องนอน
ถ้าต้องการแสงชัดสำหรับทำงาน อ่านหนังสือ หรือแต่งหน้า อาจใช้แสง Neutral White หรือไฟเฉพาะจุดเสริมแทน
การมีโคมไฟตั้งพื้น โคมไฟตั้งโต๊ะ หรือไฟซ่อนบางจุด จะช่วยให้บ้านดูมีเลเยอร์ ไม่แบน และดูแต่งบ้านมากขึ้น
เปลี่ยนไฟยังไงให้บ้านดูแพงขึ้น?
บ้านที่ดูดีมักไม่ได้มีไฟดวงเดียวกลางห้อง แต่มีแสงหลายระดับ เช่น ไฟหลัก ไฟเฉพาะจุด และไฟสร้างบรรยากาศ
ตัวอย่างง่าย ๆ คือ ห้องนั่งเล่นอาจมีไฟเพดานเป็นไฟหลัก แล้วเพิ่มโคมไฟตั้งพื้นข้างโซฟา หรือไฟเล็ก ๆ บนตู้วางของ เพื่อให้ห้องดูอบอุ่นขึ้น
มุมกินข้าวอาจใช้โคมแขวนเหนือโต๊ะอาหาร เพื่อทำให้พื้นที่ดูเป็นสัดส่วนและน่าใช้งานมากขึ้น
ห้องนอนอาจมีไฟหัวเตียงแทนการเปิดไฟเพดานตลอดเวลา ทำให้ห้องดูผ่อนคลายและน่านอนขึ้น
หากยังไม่อยากเปลี่ยนโคมใหญ่ แค่เปลี่ยนหลอดไฟจากสีขาวจ้ามาเป็นโทนอบอุ่นในบางพื้นที่ ก็ทำให้บ้านดูดีขึ้นได้มากแล้ว
3. พรม เปลี่ยนแล้วบ้านดูเป็นสัดส่วนและอบอุ่นขึ้น
พรม เป็นของแต่งบ้านที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศห้องได้เร็วมาก โดยเฉพาะห้องนั่งเล่น ห้องนอน และมุมทำงาน
หลายบ้านมีเฟอร์นิเจอร์ครบแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าห้องโล่ง แข็ง หรือไม่อบอุ่น การเพิ่มพรมที่เข้ากับโซฟาและโต๊ะกลาง จะช่วยให้มุมนั้นดูสมบูรณ์ขึ้นทันที
พรมยังช่วยแบ่งพื้นที่ในบ้านได้ดี เช่น แยกโซนนั่งเล่นออกจากโซนกินข้าวในบ้านที่เป็นพื้นที่เปิด หรือทำให้มุมอ่านหนังสือดูชัดเจนขึ้น
ถ้าบ้านใช้โทนสีเรียบ พรมสามารถเพิ่มลวดลายหรือพื้นผิวให้บ้านดูมีมิติขึ้นได้
แต่ถ้าบ้านมีของเยอะหรือมีลวดลายอยู่แล้ว ควรเลือกพรมเรียบ ๆ สีพื้น เพื่อไม่ให้ห้องดูวุ่นวายเกินไป
เลือกพรมยังไงไม่ให้บ้านดูรก?
พรมที่ดีควรมีขนาดเหมาะกับพื้นที่ ไม่เล็กเกินไป และไม่ใหญ่จนกินพื้นที่ห้องมากเกินความจำเป็น
สำหรับห้องนั่งเล่น พรมควรกว้างพอให้ขาหน้าโซฟาอยู่บนพรมได้ จะช่วยให้พื้นที่ดูเป็นชุดเดียวกันมากขึ้น
สำหรับห้องนอน อาจวางพรมข้างเตียงหรือปลายเตียง เพื่อเพิ่มความนุ่มและทำให้ห้องดูอบอุ่น
สีพรมที่ใช้ง่าย ได้แก่ เบจ เทา ครีม น้ำตาลอ่อน หรือสีเอิร์ธโทน เพราะเข้ากับบ้านได้หลายสไตล์
หากบ้านมีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยง ควรเลือกพรมที่ไม่ลื่น ทำความสะอาดง่าย และไม่หนาเกินไปจนสะดุด
4. หมอนอิงและผ้าคลุม เปลี่ยนเล็ก ๆ แต่บ้านดูมีสไตล์ขึ้น
ถ้าอยากให้ห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนดูดีขึ้นแบบใช้งบไม่มาก หมอนอิง และผ้าคลุมเป็นตัวช่วยที่ง่ายที่สุดอย่างหนึ่ง
โซฟาเดิมอาจยังใช้ได้ดี แต่ถ้าหมอนอิงเก่า ย้วย สีไม่เข้ากัน หรือมีลายเยอะเกินไป ห้องก็อาจดูไม่เรียบร้อย
การเปลี่ยนหมอนอิงใหม่ให้เข้ากับโทนบ้าน จะช่วยให้ห้องดูสดขึ้นทันที
เช่น บ้านโทนมินิมอล อาจใช้หมอนอิงสีครีม เทา เบจ น้ำตาล หรือเขียวหม่น
บ้านโทนอบอุ่น อาจใช้หมอนอิงผ้าลินิน ผ้าถัก หรือผิวสัมผัสธรรมชาติ
บ้านที่ดูเรียบเกินไป อาจเพิ่มหมอนอิงลายเล็ก ๆ หรือสีเข้มขึ้นหนึ่งใบ เพื่อให้ห้องมีจุดเด่น
ผ้าคลุมโซฟา ผ้าคลุมเตียง หรือผ้าห่มตกแต่ง ก็ช่วยให้บ้านดูนุ่ม อบอุ่น และเหมือนจัดสไตล์มาแล้วมากขึ้น
ใช้หมอนอิงยังไงให้ไม่รก?
เคล็ดลับคืออย่าใช้หมอนเยอะเกินไปจนโซฟาใช้งานลำบาก
โซฟาขนาดเล็กอาจใช้หมอน 2-3 ใบก็พอ ส่วนโซฟาขนาดใหญ่ใช้อาจใช้ 4-5 ใบ โดยเลือกสีที่เข้ากัน
ควรมีสีหลัก 1-2 สี และสีเสริมอีกเล็กน้อย ไม่ควรใช้หลายสีจนห้องดูสับสน
ถ้าไม่มั่นใจ ให้เลือกหมอนอิงโทนเดียวกับผ้าม่าน พรม หรือสีไม้ในห้อง จะช่วยให้ภาพรวมดูเข้ากันง่ายขึ้น
หมอนอิงที่ดีไม่ใช่แค่สวย แต่ควรนุ่ม ใช้งานได้จริง และถอดปลอกซักได้ง่าย เพื่อให้บ้านดูดีและสะอาดอยู่เสมอ
5. ของจัดระเบียบ เปลี่ยนบ้านรกให้ดูดีขึ้นทันที
ของแต่งบ้านที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ของสวยงาม แต่คือ ของจัดระเบียบ
เพราะบ้านที่ดูรก ต่อให้เฟอร์นิเจอร์ดีหรือสีบ้านสวย ก็ยังดูไม่เรียบร้อยอยู่ดี
ของจัดระเบียบ เช่น กล่องเก็บของ ตะกร้า ชั้นวางของ ถาดวางของ กล่องใส่รีโมต กล่องเก็บสายไฟ หรือชั้นเก็บรองเท้า สามารถช่วยให้บ้านดูดีขึ้นได้ทันที
พื้นที่ที่ควรเริ่มจัดก่อนคือจุดที่คนมองเห็นบ่อย เช่น หน้าบ้าน โซฟา โต๊ะกลาง เคาน์เตอร์ครัว โต๊ะกินข้าว และหัวเตียง
แค่เก็บของกระจัดกระจายให้เข้าที่ บ้านก็จะดูโล่ง สะอาด และน่าอยู่ขึ้นมาก
สำหรับบ้านเล็ก การมีของจัดระเบียบที่ดีจะช่วยให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มขึ้น และทำให้บ้านไม่ดูแน่นเกินไป
เลือกของจัดระเบียบยังไงให้บ้านดูดี?
ของจัดระเบียบควรเลือกให้เข้ากับสไตล์บ้าน ไม่ใช่แค่ซื้อกล่องอะไรก็ได้มาใส่ของ
ถ้าบ้านโทนอบอุ่น อาจใช้ตะกร้าหวาย กล่องผ้า หรือกล่องสีไม้
ถ้าบ้านโทนโมเดิร์น อาจใช้กล่องสีขาว เทา ดำ หรือกล่องพลาสติกแบบเรียบ
ถ้าบ้านเล็ก ควรเลือกของจัดระเบียบที่วางซ้อนกันได้ หรือใช้พื้นที่แนวตั้ง เช่น ชั้นวางของติดผนัง ชั้นเข้ามุม หรือกล่องใต้เตียง
ควรแยกของตามหมวด เช่น เอกสาร สายชาร์จ ของใช้เด็ก อุปกรณ์ทำความสะอาด หรือของสัตว์เลี้ยง เพื่อให้หยิบง่ายและเก็บง่าย
บ้านที่จัดระเบียบดีจะดูแพงขึ้นทันที แม้ไม่ได้ซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่เลยก็ตาม
ของ 5 อย่างนี้ควรเปลี่ยนพร้อมกันไหม?
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน เพราะอาจทำให้งบสูงเกินไปและเลือกของไม่ทันคิด
วิธีที่ดีคือเริ่มจากจุดที่บ้านดูไม่ดีชัดที่สุดก่อน เช่น ถ้าผ้าม่านเก่ามาก ให้เปลี่ยนผ้าม่านก่อน ถ้าไฟในบ้านทำให้บ้านดูหม่น ให้ปรับไฟก่อน ถ้าบ้านรก ให้เริ่มจากของจัดระเบียบก่อน
การเปลี่ยนทีละจุดจะช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงชัด และคุมงบได้ง่ายกว่า
สำหรับคนที่อยากให้บ้านดูดีขึ้นเร็ว อาจเริ่มจากห้องนั่งเล่นก่อน เพราะเป็นพื้นที่ที่ใช้บ่อยและแขกมองเห็นมากที่สุด
เมื่อห้องหลักดูดีขึ้นแล้ว ค่อยต่อไปที่ห้องนอน ห้องครัว หรือมุมทำงาน
เปลี่ยนของในบ้านยังไงให้คุมโทนได้ง่าย?
ถ้าอยากให้บ้านดูดีขึ้นแบบไม่หลุดธีม ควรกำหนดโทนสีหลักก่อนซื้อของใหม่
ตัวอย่างเช่น เลือกโทนขาว-ครีม-ไม้ สำหรับบ้านอบอุ่นสไตล์มินิมอล
เลือกโทนเทา-ขาว-ดำ สำหรับบ้านโมเดิร์น
เลือกโทนเบจ-น้ำตาล-เขียว สำหรับบ้านที่อยากได้ความเป็นธรรมชาติ
เลือกโทนขาว-ฟ้า-เทา สำหรับบ้านที่อยากได้ความโปร่งและเย็นตา
เมื่อมีโทนสีหลักแล้ว การเลือกผ้าม่าน พรม หมอนอิง โคมไฟ และกล่องจัดระเบียบจะง่ายขึ้นมาก
ไม่ควรซื้อของทีละชิ้นตามความชอบเฉพาะหน้าโดยไม่ดูภาพรวม เพราะอาจทำให้บ้านมีของสวยหลายชิ้น แต่รวมกันแล้วไม่เข้ากัน
บ้านมือสองหรือบ้านรีโนเวท เปลี่ยนของ 5 อย่างนี้แล้วช่วยได้มาก
สำหรับ บ้านมือสอง หรือ บ้านรีโนเวท บางครั้งโครงสร้างบ้านยังดี พื้นที่ใช้สอยยังตอบโจทย์ แต่บรรยากาศภายในอาจดูเก่าหรือไม่เข้ากับเจ้าของใหม่
การเปลี่ยนของ 5 อย่างนี้ช่วยให้บ้านดูสดขึ้นได้ทันที โดยไม่ต้องรีโนเวทใหญ่
ผ้าม่านใหม่ช่วยให้บ้านดูสะอาดขึ้น
โคมไฟใหม่ช่วยให้บ้านดูอบอุ่นขึ้น
พรมช่วยแบ่งพื้นที่และเพิ่มความนุ่ม
หมอนอิงช่วยเติมสไตล์ให้ห้อง
ของจัดระเบียบช่วยลดความรกและทำให้บ้านดูพร้อมอยู่
สำหรับคนที่เพิ่งซื้อบ้านมือสองและยังไม่อยากใช้งบสูง การเริ่มจากของเหล่านี้เป็นวิธีที่ช่วยปรับบ้านให้เป็นตัวเองได้เร็วและคุ้มค่า
บ้านเล็กก็เปลี่ยนให้ดูดีขึ้นได้
บ้านเล็ก คอนโด หรือทาวน์โฮมพื้นที่จำกัด ยิ่งควรเลือกของแต่งบ้านอย่างระมัดระวัง เพราะของแต่ละชิ้นส่งผลกับภาพรวมมาก
ถ้าอยากให้บ้านเล็กดูดีขึ้น ควรเลือกผ้าม่านสีอ่อน พรมขนาดพอดี หมอนอิงไม่เยอะเกินไป โคมไฟที่ไม่กินพื้นที่ และของจัดระเบียบที่ช่วยเก็บของได้จริง
ควรหลีกเลี่ยงของชิ้นใหญ่ สีเข้มมาก หรือของตกแต่งจำนวนมากเกินไป เพราะจะทำให้บ้านดูแคบและรก
บ้านเล็กที่ดูดีไม่ได้แปลว่าต้องมีของเยอะ แต่ต้องเลือกของให้พอดี ใช้งานได้จริง และคุมโทนให้บ้านดูเป็นระเบียบ
ถ้างบจำกัด ควรเปลี่ยนอะไรก่อน?
ถ้างบจำกัดมาก ควรเริ่มจากของที่ส่งผลกับภาพรวมมากที่สุด
อันดับแรกคือ ของจัดระเบียบ เพราะช่วยให้บ้านดูสะอาดและโล่งขึ้นทันที โดยใช้งบไม่สูง
อันดับต่อมาคือ หมอนอิงและผ้าคลุม เพราะเปลี่ยนบรรยากาศโซฟาหรือเตียงได้ง่าย
ถ้ามีงบเพิ่ม ค่อยเปลี่ยน โคมไฟ หรือหลอดไฟ เพื่อปรับบรรยากาศบ้าน
หากต้องการเปลี่ยนภาพรวมทั้งห้องอย่างชัดเจน ให้ลงทุนกับ ผ้าม่าน เพราะมีผลกับพื้นที่สายตาค่อนข้างมาก
ส่วน พรม เหมาะกับคนที่อยากให้ห้องดูสมบูรณ์ขึ้นและมีโซนชัดเจน
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างแพง ๆ แค่เลือกให้ถูกจุด บ้านก็ดูดีขึ้นได้มากแล้ว
ข้อผิดพลาดที่ทำให้เปลี่ยนของแล้วบ้านยังไม่ดูดี
ข้อผิดพลาดแรกคือซื้อของตามเทรนด์โดยไม่ดูสไตล์บ้าน ทำให้ของใหม่ไม่เข้ากับบ้านเดิม
ข้อผิดพลาดที่สองคือเลือกสีหลายสีเกินไป จนบ้านดูวุ่นวาย
ข้อผิดพลาดที่สามคือซื้อของตกแต่งเยอะ แต่ไม่จัดระเบียบของเดิม บ้านจึงยังดูรกเหมือนเดิม
ข้อผิดพลาดที่สี่คือเลือกของที่สวยแต่ใช้งานยาก เช่น พรมทำความสะอาดยาก โคมไฟแสงไม่พอ หรือหมอนอิงที่ดูดีแต่ไม่สบาย
ข้อผิดพลาดที่ห้าคือไม่วัดขนาดก่อนซื้อ เช่น พรมเล็กเกินไป ผ้าม่านสั้นเกินไป หรือกล่องเก็บของใส่ของจริงไม่ได้
การแต่งบ้านให้ดูดีจึงควรคิดทั้งความสวย การใช้งาน และความเหมาะสมกับพื้นที่จริง
เช็กลิสต์ก่อนเปลี่ยนของในบ้าน
ก่อนซื้อของใหม่เข้าบ้าน ลองเช็กตามนี้
1. บ้านอยากได้บรรยากาศแบบไหน
อบอุ่น มินิมอล โมเดิร์น สดใส หรือธรรมชาติ
2. โทนสีหลักของบ้านคืออะไร
ควรกำหนดสีหลัก 2-3 สี เพื่อให้บ้านดูเข้ากัน
3. ของเดิมอะไรที่ทำให้บ้านดูเก่า
เช่น ผ้าม่านซีด ไฟแข็ง พรมเก่า หรือของวางรก
4. ของใหม่ใช้งานได้จริงไหม
อย่าซื้อเพราะสวยอย่างเดียว ต้องดูแลและใช้งานง่ายด้วย
5. ขนาดพอดีกับพื้นที่หรือไม่
โดยเฉพาะพรม ผ้าม่าน ชั้นวางของ และโคมไฟ
6. งบประมาณเท่าไหร่
ควรเริ่มจากจุดที่เห็นผลมากที่สุดก่อน
7. ของใหม่เข้ากับบ้านเดิมไหม
ควรดูสีผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์ และแสงในห้องร่วมด้วย
บ้านสร้างตัวกับไอเดียแต่งบ้านให้น่าอยู่ขึ้น
สำหรับคนที่กำลังมองหา บ้านมือสอง, บ้านรีโนเวท, หรือบ้านพร้อมอยู่ การแต่งบ้านหลังซื้อเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้บ้านกลายเป็นพื้นที่ของเรามากขึ้น
บางครั้งไม่จำเป็นต้องรีโนเวทใหญ่ แค่เปลี่ยนของบางอย่างให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ ก็ช่วยให้บ้านดูดีขึ้นและอยู่สบายขึ้นได้ทันที
บ้านสร้างตัวให้ความสำคัญกับบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ทั้งทำเล ราคา สภาพบ้าน ความพร้อมเข้าอยู่ และโอกาสปรับแต่งให้เหมาะกับคนในบ้าน
เพราะบ้านที่ดีไม่ใช่แค่บ้านที่สวยตั้งแต่แรก แต่คือบ้านที่สามารถปรับให้เข้ากับชีวิตของเรา และทำให้ทุกวันในบ้านรู้สึกดีขึ้น
สรุป ของ 5 อย่างในบ้าน ที่ควรเปลี่ยนถ้าอยากให้บ้านดูดีขึ้นทันที
ถ้าอยากให้บ้านดูดีขึ้นแบบไม่ต้องรีโนเวทใหญ่ ลองเริ่มจากการเปลี่ยน ของ 5 อย่างในบ้าน ได้แก่ ผ้าม่าน, โคมไฟ, พรม, หมอนอิงและผ้าคลุม, และ ของจัดระเบียบ
ของเหล่านี้อาจดูไม่ใหญ่เท่าการเปลี่ยนพื้นหรือทาสีบ้านใหม่ แต่มีผลกับภาพรวมของบ้านมาก เพราะช่วยให้บ้านดูสะอาดขึ้น อบอุ่นขึ้น เป็นระเบียบขึ้น และมีสไตล์มากขึ้น
สำหรับบ้านใหม่ บ้านมือสอง คอนโด หรือบ้านรีโนเวท การเปลี่ยนของเหล่านี้เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้บ้านดูน่าอยู่ขึ้นทันที โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบสูงเสมอไป
สุดท้าย บ้านที่ดูดีไม่จำเป็นต้องเต็มไปด้วยของแพง แต่ควรเป็นบ้านที่เลือกของอย่างพอดี คุมโทนได้ดี ใช้งานได้จริง และทำให้คนในบ้านรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่กลับมา