ถังเก็บน้ำ สำคัญกว่าที่หลายบ้านคิด
เวลาซื้อบ้านใหม่ รีโนเวทบ้าน หรือย้ายเข้า บ้านมือสอง หลายคนมักให้ความสำคัญกับห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว เฟอร์นิเจอร์ และดีไซน์บ้านเป็นหลัก แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากต่อการอยู่อาศัยจริง นั่นคือ ถังเก็บน้ำ
เพราะถังเก็บน้ำเป็นเหมือนน้ำสำรองของบ้าน หากวันไหนน้ำประปาไหลอ่อน น้ำไม่ไหล หรือมีการซ่อมท่อในพื้นที่ บ้านที่มีถังเก็บน้ำขนาดเหมาะสมจะยังมีน้ำใช้ต่อได้ระยะหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นอาบน้ำ กดชักโครก ล้างจาน ซักผ้า หรือทำอาหาร
แต่คำถามคือ ถังเก็บน้ำขนาดไหนถึงจะพอดีกับจำนวนคนในบ้าน?
ถังเล็กเกินไปอาจทำให้น้ำหมดเร็ว ใช้ไม่พอในวันที่น้ำไม่ไหล แต่ถังใหญ่เกินไปก็เปลืองงบ เปลืองพื้นที่ และอาจทำให้น้ำค้างในถังนานเกินจำเป็น
ดังนั้น การเลือก ขนาดถังเก็บน้ำ ที่ดีควรดูทั้งจำนวนคน พฤติกรรมใช้น้ำ จำนวนห้องน้ำ พื้นที่ติดตั้ง และระยะเวลาที่อยากสำรองน้ำ ไม่ใช่เลือกจากราคาอย่างเดียว
ทำไมบ้านควรมีถังเก็บน้ำ?
แม้หลายพื้นที่จะมีน้ำประปาใช้เป็นปกติ แต่การมี ถังเก็บน้ำในบ้าน ยังเป็นเรื่องที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจได้มาก
ถังเก็บน้ำช่วยสำรองน้ำไว้ใช้ในวันที่น้ำประปาไหลอ่อน น้ำไม่ไหล หรือมีการซ่อมระบบประปาในพื้นที่
สำหรับบ้านที่มีหลายคนอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนทำงานจากบ้าน การขาดน้ำแม้เพียงครึ่งวันก็อาจกระทบชีวิตประจำวันได้มาก
นอกจากนี้ ถังเก็บน้ำยังช่วยให้ปั๊มน้ำทำงานได้ดีขึ้น เพราะมีน้ำสำรองให้ปั๊มดึงไปใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ทำให้น้ำไหลแรงและใช้งานได้สะดวกขึ้นในหลายจุดของบ้าน
บ้านที่วางระบบน้ำดีตั้งแต่แรก จึงช่วยให้การอยู่อาศัยสบายขึ้นและลดปัญหาจุกจิกในระยะยาว
วิธีคำนวณขนาดถังเก็บน้ำแบบง่าย
สูตรคำนวณ ขนาดถังเก็บน้ำ แบบง่ายคือ
จำนวนคนในบ้าน × ปริมาณน้ำที่ใช้ต่อคนต่อวัน × จำนวนวันที่ต้องการสำรองน้ำ
โดยทั่วไป บ้านพักอาศัยมักประเมินการใช้น้ำประมาณ 150–200 ลิตรต่อคนต่อวัน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละครอบครัว
ถ้าต้องการสำรองน้ำ 1 วัน อาจใช้สูตร
จำนวนคน × 200 ลิตร × 1 วัน
ถ้าต้องการสำรองน้ำ 2 วัน อาจใช้สูตร
จำนวนคน × 200 ลิตร × 2 วัน
ตัวอย่างเช่น บ้านมี 4 คน หากใช้เกณฑ์ 200 ลิตรต่อคนต่อวัน และต้องการสำรองน้ำ 1 วัน จะใช้ประมาณ 800 ลิตร ดังนั้นถังขนาด 1,000 ลิตรจะค่อนข้างเหมาะ เพราะมีพื้นที่เผื่อเล็กน้อย
ทำไมต้องเผื่อขนาดถังมากกว่าตัวเลขพอดี?
หากคำนวณได้ 800 ลิตร ไม่ได้แปลว่าต้องซื้อถัง 800 ลิตรพอดีเสมอไป เพราะการใช้น้ำจริงอาจมากกว่าที่คิด
บางวันมีซักผ้า ล้างรถ ทำอาหารเยอะ มีแขกมาบ้าน หรือใช้น้ำพร้อมกันหลายจุด น้ำที่ใช้จริงอาจเพิ่มขึ้น
อีกเรื่องคือถังเก็บน้ำบางครั้งอาจไม่ได้มีน้ำเต็มตลอดเวลา เพราะขึ้นอยู่กับแรงดันน้ำประปา การเติมน้ำเข้าถัง และระดับลูกลอย
ดังนั้นควรเลือกถังที่มีขนาดเผื่อจากการคำนวณเล็กน้อย เช่น คำนวณได้ 800 ลิตร อาจเลือก 1,000 ลิตร หรือคำนวณได้ 1,200 ลิตร อาจเลือก 1,500 ลิตร
การเผื่อขนาดถังช่วยให้บ้านมีน้ำใช้สบายขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะหมดเร็วเกินไป
ตารางแนะนำขนาดถังเก็บน้ำตามจำนวนคนในบ้าน
ด้านล่างนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป โดยคิดจากการใช้น้ำในชีวิตประจำวันและการสำรองน้ำประมาณ 1 วัน
อยู่ 1–2 คน
แนะนำถังประมาณ 500–700 ลิตร
เหมาะกับคอนโด บ้านเล็ก หรือบ้านที่ใช้น้ำไม่มาก
อยู่ 3–4 คน
แนะนำถังประมาณ 1,000 ลิตร
เป็นขนาดยอดนิยมสำหรับบ้านทั่วไป ทาวน์โฮม บ้านแฝด หรือบ้านมือสองขนาดครอบครัวเล็ก
อยู่ 5–6 คน
แนะนำถังประมาณ 1,500 ลิตร
เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง มีหลายห้องน้ำ หรือมีการซักผ้าบ่อย
อยู่ 7–8 คน
แนะนำถังประมาณ 2,000 ลิตร
เหมาะกับครอบครัวใหญ่ บ้านหลายชั้น หรือบ้านที่ใช้น้ำหลายจุดพร้อมกัน
อยู่ 9 คนขึ้นไป
แนะนำถังประมาณ 2,500–3,000 ลิตรขึ้นไป
เหมาะกับบ้านใหญ่ บ้านหลายครอบครัว หรือบ้านที่ต้องการสำรองน้ำมากเป็นพิเศษ
ตัวเลขนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น เพราะขนาดที่เหมาะจริงยังต้องดูพฤติกรรมใช้น้ำและพื้นที่ติดตั้งประกอบด้วย
ถังเก็บน้ำ 500 ลิตร เหมาะกับบ้านแบบไหน?
ถังเก็บน้ำขนาด 500 ลิตรเหมาะกับบ้านที่มีสมาชิกไม่มาก เช่น อยู่คนเดียว อยู่สองคน หรือบ้านที่ใช้น้ำไม่เยอะ
เหมาะกับบ้านขนาดเล็ก คอนโดบางประเภท หรือบ้านที่มีพื้นที่ติดตั้งจำกัด
ข้อดีคือใช้พื้นที่น้อย ราคาย่อมเยากว่าถังขนาดใหญ่ และติดตั้งง่ายกว่า
แต่ข้อควรระวังคือ หากบ้านมีหลายห้องน้ำ ใช้เครื่องซักผ้าบ่อย หรือมีสมาชิกมากกว่า 2 คน ถัง 500 ลิตรอาจเล็กเกินไป ทำให้น้ำสำรองหมดเร็วในวันที่น้ำไม่ไหล
ถ้าบ้านมีโอกาสเพิ่มสมาชิกในอนาคต ควรพิจารณาขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยเพื่อความสบายใจ
ถังเก็บน้ำ 700 ลิตร เหมาะกับบ้านแบบไหน?
ถังเก็บน้ำ 700 ลิตรเหมาะกับบ้านที่มีสมาชิกประมาณ 2–3 คน และใช้น้ำไม่หนักมาก
เหมาะกับทาวน์โฮมขนาดเล็ก บ้านชั้นเดียว หรือบ้านที่มีห้องน้ำไม่มาก
ขนาดนี้เป็นทางเลือกกลางระหว่าง 500 ลิตรกับ 1,000 ลิตร เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่ติดตั้งจำกัด แต่ยังต้องการน้ำสำรองมากกว่า 500 ลิตร
อย่างไรก็ตาม หากมี 3 คนขึ้นไปและใช้น้ำค่อนข้างเยอะ เช่น ซักผ้าบ่อย อาบน้ำหลายรอบ หรือมีเด็กเล็ก อาจขยับไปใช้ถัง 1,000 ลิตรจะเหมาะกว่า
ถังเก็บน้ำ 1,000 ลิตร เหมาะกับบ้านแบบไหน?
ถังเก็บน้ำ 1,000 ลิตรเป็นขนาดยอดนิยมสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป เพราะเหมาะกับบ้านที่มีสมาชิกประมาณ 3–4 คน
บ้านประเภททาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยวขนาดเล็ก หรือ บ้านมือสอง ที่มีครอบครัวเล็ก มักใช้ถังขนาดนี้ได้ค่อนข้างพอดี
ถัง 1,000 ลิตรช่วยสำรองน้ำได้เพียงพอสำหรับการใช้งานพื้นฐานใน 1 วันในหลายครอบครัว เช่น อาบน้ำ ล้างจาน กดชักโครก และซักผ้าบางส่วน
หากบ้านมี 4 คนและใช้น้ำค่อนข้างเยอะ ถัง 1,000 ลิตรยังใช้ได้ แต่ควรดูพฤติกรรมเพิ่มเติม เช่น มีหลายห้องน้ำไหม มีการรดน้ำต้นไม้ทุกวันไหม และน้ำในพื้นที่ไหลสม่ำเสมอหรือไม่
ถังเก็บน้ำ 1,500 ลิตร เหมาะกับบ้านแบบไหน?
ถังเก็บน้ำ 1,500 ลิตรเหมาะกับบ้านที่มีสมาชิกประมาณ 5–6 คน หรือบ้านที่มีการใช้น้ำหลายจุดพร้อมกัน
เหมาะกับบ้านเดี่ยว บ้านสองชั้น บ้านที่มีหลายห้องน้ำ หรือครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ และสมาชิกอยู่บ้านเกือบทั้งวัน
ถังขนาดนี้ช่วยให้บ้านมีน้ำสำรองมากขึ้น เหมาะกับพื้นที่ที่เคยเจอน้ำไหลอ่อนหรือน้ำไม่ไหลเป็นครั้งคราว
หากบ้านมีพื้นที่ติดตั้งเพียงพอ และต้องการความอุ่นใจมากกว่าถัง 1,000 ลิตร ถัง 1,500 ลิตรเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
แต่ควรดูตำแหน่งติดตั้งและฐานรองถังให้แข็งแรง เพราะน้ำ 1,500 ลิตรมีน้ำหนักมากเมื่อเติมเต็มถัง
ถังเก็บน้ำ 2,000 ลิตรขึ้นไป เหมาะกับบ้านแบบไหน?
ถังเก็บน้ำ 2,000 ลิตรขึ้นไปเหมาะกับบ้านขนาดใหญ่ ครอบครัวหลายคน หรือบ้านที่ต้องการสำรองน้ำมากกว่าปกติ
เหมาะกับบ้านที่มีสมาชิก 7–8 คนขึ้นไป บ้านที่มีหลายห้องน้ำ บ้านที่มีสวนใหญ่ หรือบ้านที่มีการใช้น้ำหลายกิจกรรม เช่น ซักผ้าบ่อย ล้างรถ รดน้ำต้นไม้ และมีคนอยู่บ้านทั้งวัน
ข้อดีคือมีน้ำสำรองมาก ใช้ได้นานขึ้นในกรณีน้ำไม่ไหล
ข้อควรระวังคือใช้พื้นที่ติดตั้งมากขึ้น ราคาสูงขึ้น และต้องดูฐานรับน้ำหนักให้ดีมาก เพราะถังน้ำขนาดใหญ่เมื่อเติมน้ำเต็มจะมีน้ำหนักมาก
หากพื้นที่บ้านจำกัด อาจพิจารณาใช้ถัง 1,000 ลิตร 2 ใบ แทนถังใบเดียวขนาดใหญ่ เพื่อจัดวางง่ายขึ้นในบางกรณี
บ้านมีหลายห้องน้ำ ต้องเลือกถังใหญ่ขึ้นไหม?
จำนวนห้องน้ำมีผลต่อการเลือก ถังเก็บน้ำในบ้าน เพราะบ้านที่มีหลายห้องน้ำมักมีโอกาสใช้น้ำพร้อมกันหลายจุดมากขึ้น
เช่น คนหนึ่งอาบน้ำ อีกคนกดชักโครก อีกคนซักผ้า หรือมีการล้างจานพร้อมกันในครัว
หากบ้านมีสมาชิก 4 คน แต่มี 3 ห้องน้ำและใช้น้ำพร้อมกันบ่อย ถัง 1,000 ลิตรอาจพอใช้ แต่ถ้าต้องการความอุ่นใจอาจขยับเป็น 1,500 ลิตร
โดยเฉพาะบ้านสองชั้นหรือบ้านที่มีห้องน้ำชั้นบน ควรวางระบบถังเก็บน้ำและปั๊มน้ำให้สัมพันธ์กัน เพื่อให้น้ำไหลแรงและใช้งานได้สะดวกทุกจุด
บ้านมีผู้สูงอายุหรือเด็ก ควรเผื่อน้ำมากขึ้นไหม?
หากบ้านมีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือคนที่ต้องอยู่บ้านทั้งวัน ควรเผื่อขนาดถังเก็บน้ำมากขึ้นเล็กน้อย
เพราะกลุ่มนี้มักต้องใช้น้ำบ่อย เช่น ล้างมือ อาบน้ำ ทำความสะอาดเสื้อผ้า ทำอาหาร หรือดูแลสุขอนามัยในบ้าน
บ้านที่มีผู้สูงอายุควรระวังเรื่องน้ำไม่ไหลมากเป็นพิเศษ เพราะอาจกระทบการใช้ห้องน้ำ การทำความสะอาด และการดูแลสุขภาพประจำวัน
หากคำนวณแล้วอยู่ระหว่างสองขนาด เช่น 1,000 ลิตรกับ 1,500 ลิตร และบ้านมีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก การเลือกขนาดใหญ่ขึ้นอาจเหมาะกว่า
บ้านที่รดน้ำต้นไม้หรือล้างรถบ่อย ต้องคิดเพิ่ม
การคำนวณถังเก็บน้ำไม่ควรดูเฉพาะน้ำที่ใช้ในบ้านเท่านั้น แต่ต้องดูน้ำที่ใช้นอกบ้านด้วย
ถ้าบ้านมีสวน รดน้ำต้นไม้ทุกวัน ล้างพื้น ล้างรถ หรือเลี้ยงสัตว์ อาจต้องเผื่อปริมาณน้ำเพิ่ม
ตัวอย่างเช่น บ้านมี 4 คน คำนวณพื้นฐานได้ประมาณ 800 ลิตรต่อวัน แต่ถ้ารดน้ำต้นไม้และล้างพื้นบ่อย อาจควรเลือกถัง 1,500 ลิตรแทน 1,000 ลิตร
แต่ถ้าพื้นที่บ้านมีระบบน้ำแยก เช่น ใช้น้ำฝนรดต้นไม้ หรือใช้น้ำรีไซเคิลบางส่วน อาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มถังประปามากเกินไป
สิ่งสำคัญคือดูพฤติกรรมจริงของบ้าน ไม่ใช่ดูแค่จำนวนคน
ควรสำรองน้ำกี่วัน?
สำหรับบ้านทั่วไป การสำรองน้ำประมาณ 1 วันมักเพียงพอ หากพื้นที่มีน้ำประปาไหลสม่ำเสมอและไม่ค่อยเจอน้ำหยุดจ่าย
แต่ถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่ที่น้ำไหลอ่อน น้ำไม่ไหลบ่อย หรือมีปัญหาซ่อมท่อบ่อย อาจควรสำรองน้ำ 2 วัน
ถ้าต้องการสำรอง 2 วัน ขนาดถังควรเพิ่มขึ้นตามสูตร เช่น บ้าน 4 คน ใช้น้ำประมาณ 200 ลิตรต่อคนต่อวัน หากสำรอง 2 วัน จะต้องใช้ประมาณ 1,600 ลิตร จึงอาจเลือกถัง 2,000 ลิตรเพื่อความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ถังที่ใหญ่เกินไปและใช้น้ำน้อยมาก อาจทำให้น้ำค้างอยู่ในถังนาน ควรเลือกขนาดที่พอดีกับการหมุนเวียนใช้น้ำจริง
ถังใหญ่เกินไปมีข้อเสียไหม?
หลายคนคิดว่าซื้อถังใหญ่ไว้ก่อนน่าจะดีที่สุด เพราะมีน้ำสำรองเยอะ แต่ถังใหญ่เกินไปก็มีข้อควรระวัง
ข้อแรกคือเปลืองงบประมาณ เพราะถังใหญ่มีราคาสูงกว่า และอาจต้องมีฐานรองที่แข็งแรงขึ้น
ข้อสองคือใช้พื้นที่มาก โดยเฉพาะบ้านเล็ก ทาวน์โฮม หรือบ้านที่มีพื้นที่ข้างบ้านจำกัด
ข้อสามคือหากใช้น้ำน้อย แต่น้ำค้างในถังนานเกินไป อาจทำให้น้ำไม่หมุนเวียนดีเท่าที่ควร
ข้อสี่คือถังใหญ่เมื่อน้ำเต็มจะมีน้ำหนักมาก ต้องติดตั้งบนพื้นที่ที่รองรับน้ำหนักได้จริง
ดังนั้น ถังเก็บน้ำที่ดีไม่ใช่ถังที่ใหญ่ที่สุด แต่คือถังที่พอดีกับจำนวนคน พฤติกรรมใช้น้ำ และพื้นที่ติดตั้งของบ้าน
ถังเล็กเกินไปมีปัญหาอะไร?
ถังเล็กเกินไปอาจทำให้บ้านมีน้ำสำรองไม่พอ โดยเฉพาะเวลาน้ำไม่ไหลหรือมีการใช้น้ำพร้อมกันหลายจุด
ปัญหาที่มักเจอ เช่น อาบน้ำอยู่แล้วน้ำหมด กดชักโครกไม่ได้ เครื่องซักผ้าหยุดกลางคัน หรือปั๊มน้ำดูดน้ำไม่ทัน
ถังเล็กยังทำให้ปั๊มน้ำต้องทำงานถี่ขึ้นในบางกรณี หากระบบน้ำออกแบบไม่ดี
สำหรับบ้านที่มีสมาชิกหลายคน ถังเล็กอาจสร้างความไม่สะดวกในชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด
ดังนั้น ก่อนซื้อถังควรคำนวณจากการใช้งานจริง ไม่ควรเลือกถังเล็กเพียงเพราะราคาถูกหรือใช้พื้นที่น้อย
บ้านใหม่กับบ้านมือสอง เลือกถังเก็บน้ำต่างกันไหม?
บ้านใหม่จากโครงการบางแห่งอาจมีถังเก็บน้ำและปั๊มน้ำมาให้แล้ว แต่ผู้ซื้อควรเช็กว่าขนาดถังเหมาะกับจำนวนคนในบ้านหรือไม่
บางโครงการอาจติดตั้งถังขนาดมาตรฐาน เช่น 700 ลิตร หรือ 1,000 ลิตร ซึ่งอาจเหมาะกับครอบครัวเล็ก แต่ถ้าครอบครัวใหญ่ อาจต้องอัปเกรด
สำหรับ บ้านมือสอง ควรตรวจสภาพถังเก็บน้ำเดิม เช่น ถังรั่วไหม ฝาปิดแน่นไหม น้ำมีกลิ่นไหม มีตะกอนหรือไม่ ถังโดนแดดจัดหรือเปล่า และฐานวางถังทรุดหรือไม่
หากถังเดิมเก่าเกินไป หรือขนาดไม่เหมาะกับจำนวนคนในบ้าน การเปลี่ยนถังใหม่อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะระบบน้ำเป็นเรื่องที่ใช้ทุกวัน
บ้านรีโนเวทควรวางแผนถังเก็บน้ำตั้งแต่แรก
สำหรับ บ้านรีโนเวท ควรวางแผนเรื่อง ระบบน้ำในบ้าน ตั้งแต่ช่วงออกแบบ ไม่ควรรอให้รีโนเวทเสร็จแล้วค่อยหาที่วางถัง
ควรดูว่าถังจะวางตรงไหน ปั๊มน้ำอยู่จุดไหน ท่อเดินอย่างไร มีพื้นที่ซ่อมบำรุงไหม และเสียงปั๊มน้ำรบกวนห้องนอนหรือไม่
ถ้าบ้านมีแผนเพิ่มห้องน้ำ เพิ่มครัว เพิ่มคนอยู่ หรือทำห้องพักให้ผู้สูงอายุ ควรคำนวณขนาดถังใหม่ให้สอดคล้องกับการใช้งานหลังรีโนเวท ไม่ใช่ยึดจากระบบเดิมทั้งหมด
บ้านรีโนเวทที่วางระบบน้ำดีตั้งแต่แรก จะช่วยลดปัญหาน้ำไหลเบา น้ำไม่พอ หรือซ่อมระบบยากในภายหลัง
วางถังเก็บน้ำตรงไหนดี?
ตำแหน่งติดตั้งถังเก็บน้ำควรเป็นพื้นที่เรียบ แข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี และเข้าถึงง่ายสำหรับการตรวจสอบหรือซ่อมบำรุง
ไม่ควรวางถังบนพื้นดินอ่อน พื้นเอียง หรือพื้นที่ที่มีน้ำขัง เพราะอาจทำให้ฐานทรุดหรือถังเอียงได้
ควรมีฐานคอนกรีตหรือฐานรองที่เหมาะสมกับน้ำหนักของถัง โดยเฉพาะถังขนาดใหญ่
ควรวางในตำแหน่งที่ไม่โดนแดดแรงตลอดวัน หากเลี่ยงไม่ได้ควรเลือกถังที่ทน UV และเหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง
ควรมีพื้นที่รอบถังพอให้ช่างเข้าไปตรวจลูกลอย วาล์ว ท่อ และปั๊มน้ำได้ ไม่ควรวางถังชิดผนังหรือมุมแคบเกินไปจนซ่อมยาก
เลือกวัสดุถังเก็บน้ำแบบไหนดี?
ถังเก็บน้ำในบ้านมีหลายวัสดุ เช่น พลาสติก PE สแตนเลส และไฟเบอร์กลาส แต่ละแบบมีข้อดีต่างกัน
ถังพลาสติก PE
เป็นที่นิยมมาก เพราะน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม มีหลายขนาด และราคาค่อนข้างเข้าถึงง่าย ควรเลือกแบบทึบแสงและได้มาตรฐาน เพื่อช่วยลดปัญหาตะไคร่และการเสื่อมจากแดด
ถังสแตนเลส
ดูแข็งแรง ทนทาน และภาพลักษณ์ดี แต่ควรเลือกเกรดที่เหมาะกับน้ำประปาและสภาพแวดล้อม เพราะบางพื้นที่อาจมีปัญหาสนิมหรือคราบได้หากวัสดุไม่เหมาะสม
ถังไฟเบอร์กลาส
มักใช้ในงานที่ต้องการความแข็งแรงหรือขนาดเฉพาะ แต่ต้องดูคุณภาพและมาตรฐานของผู้ผลิต
ไม่ว่าจะเลือกวัสดุแบบไหน ควรเลือกถังที่ปลอดภัยสำหรับน้ำใช้ มีฝาปิดแน่น ทำความสะอาดได้ และเหมาะกับตำแหน่งติดตั้งจริง
ถังเก็บน้ำควรใช้คู่กับปั๊มน้ำไหม?
ถ้าบ้านต้องการให้น้ำไหลแรงและสม่ำเสมอ มักใช้ ถังเก็บน้ำ คู่กับปั๊มน้ำ
ถังเก็บน้ำทำหน้าที่สำรองน้ำ ส่วนปั๊มน้ำทำหน้าที่ดึงน้ำจากถังไปจ่ายให้จุดใช้น้ำต่าง ๆ ในบ้าน เช่น ก๊อกน้ำ ฝักบัว เครื่องซักผ้า และชักโครก
บ้านสองชั้น บ้านที่มีหลายห้องน้ำ หรือบ้านที่น้ำประปาไหลอ่อน มักควรมีปั๊มน้ำช่วย
แต่ควรเลือกขนาดปั๊มให้เหมาะกับจำนวนจุดใช้น้ำ ไม่ใช่เลือกปั๊มแรงเกินไปจนท่อหรืออุปกรณ์รับแรงดันไม่เหมาะสม
ระบบถังและปั๊มควรออกแบบให้สัมพันธ์กัน เพื่อให้ใช้งานได้ดีและไม่เกิดปัญหาบ่อย
ต้องทำความสะอาดถังเก็บน้ำไหม?
ถังเก็บน้ำควรได้รับการตรวจและทำความสะอาดเป็นระยะ เพราะอาจมีตะกอน คราบ หรือสิ่งสกปรกสะสมได้
แม้น้ำประปาจะผ่านการผลิตมาแล้ว แต่เมื่อเก็บไว้ในถังนาน ๆ หรือถังมีฝาปิดไม่ดี ก็อาจมีฝุ่น แมลง หรือตะกอนเข้าไปได้
ควรตรวจฝาถังให้ปิดสนิท ตรวจลูกลอยและวาล์วไม่ให้รั่ว และควรล้างถังตามความเหมาะสม โดยเฉพาะบ้านที่ใช้น้ำจากถังเป็นประจำ
หากน้ำมีกลิ่น สีผิดปกติ หรือมีตะกอน ควรรีบตรวจถัง ท่อ และระบบน้ำ เพราะอาจมีปัญหาในระบบเก็บน้ำ
ถังที่ดีต้องไม่ใช่แค่ขนาดพอดี แต่ต้องดูแลให้สะอาดและปลอดภัยต่อการใช้งานด้วย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกถังเก็บน้ำ
ข้อผิดพลาดแรกคือเลือกถังจากราคาอย่างเดียว โดยไม่คำนวณจากจำนวนคนและการใช้น้ำจริง
ข้อผิดพลาดที่สองคือเลือกถังเล็กเกินไป ทำให้น้ำหมดเร็วเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน
ข้อผิดพลาดที่สามคือเลือกถังใหญ่เกินไปจนเปลืองพื้นที่ และน้ำหมุนเวียนไม่ดี
ข้อผิดพลาดที่สี่คือไม่ดูพื้นที่ติดตั้ง ทำให้วางถังแล้วขวางทางเดิน ซ่อมยาก หรือฐานรับน้ำหนักไม่พอ
ข้อผิดพลาดที่ห้าคือไม่คิดเผื่ออนาคต เช่น บ้านอาจมีสมาชิกเพิ่ม มีผู้สูงอายุย้ายมาอยู่ หรือเพิ่มห้องน้ำหลังรีโนเวท
ข้อผิดพลาดที่หกคือไม่ตรวจถังเก่าก่อนซื้อบ้านมือสอง ทำให้ต้องมาเสียเงินเปลี่ยนใหม่หลังเข้าอยู่
การเลือกถังเก็บน้ำจึงควรคิดรอบด้าน ไม่ใช่ซื้อเพียงเพราะเห็นว่าขนาดนี้คนส่วนใหญ่ใช้กัน
เช็กลิสต์ก่อนเลือกถังเก็บน้ำในบ้าน
ก่อนเลือก ถังเก็บน้ำในบ้าน ลองเช็กตามนี้
1. บ้านมีสมาชิกกี่คน
ใช้เป็นตัวตั้งต้นในการคำนวณขนาดถัง
2. ใช้น้ำเฉลี่ยมากหรือน้อย
ดูพฤติกรรม เช่น ซักผ้าบ่อย ล้างรถ รดน้ำต้นไม้ หรือมีคนอยู่บ้านทั้งวัน
3. ต้องการสำรองน้ำกี่วัน
บ้านทั่วไปอาจสำรอง 1 วัน แต่พื้นที่น้ำไม่ไหลบ่อยอาจสำรอง 2 วัน
4. มีห้องน้ำกี่ห้อง
บ้านหลายห้องน้ำควรเผื่อน้ำมากขึ้น
5. มีเด็กหรือผู้สูงอายุไหม
ควรเผื่อน้ำเพื่อความสะดวกและสุขอนามัย
6. พื้นที่ติดตั้งพอไหม
ต้องดูขนาดถัง ฐานรอง และพื้นที่ซ่อมบำรุง
7. ถังวางกลางแจ้งหรือในร่ม
ถ้าวางกลางแจ้งควรเลือกวัสดุที่ทนแดดและทึบแสง
8. ใช้คู่กับปั๊มน้ำหรือไม่
ควรเลือกปั๊มให้สัมพันธ์กับถังและจุดใช้น้ำ
9. ถังเดิมในบ้านมือสองยังใช้งานดีไหม
ตรวจรั่ว ตะกอน ฝาปิด ลูกลอย และฐานวางถัง
10. งบประมาณรวมค่าติดตั้งหรือยัง
อย่าดูแค่ราคาถัง ต้องรวมฐาน ท่อ วาล์ว ปั๊ม และค่าแรงด้วย
บ้านสร้างตัวกับการเลือกบ้านที่ระบบพื้นฐานพร้อมอยู่
สำหรับคนที่กำลังมองหา บ้านมือสอง, บ้านรีโนเวท, หรือบ้านพร้อมอยู่ ระบบน้ำเป็นเรื่องที่ควรตรวจให้ละเอียดไม่แพ้โครงสร้าง ไฟฟ้า หรือเอกสารบ้าน
บ้านที่ดีไม่ใช่แค่สวยหรือทำเลดี แต่ควรมีระบบพื้นฐานที่ใช้งานได้จริง เช่น น้ำไหลดี ถังเก็บน้ำเหมาะสม ปั๊มน้ำทำงานปกติ ท่อไม่รั่ว และมีพื้นที่ติดตั้งที่ซ่อมบำรุงได้ง่าย
บ้านสร้างตัวให้ความสำคัญกับบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ทั้งพื้นที่ใช้สอย ทำเล ความพร้อมเข้าอยู่ และรายละเอียดที่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
เพราะการมีบ้านที่อยู่สบาย เริ่มจากสิ่งพื้นฐานที่หลายคนมองข้าม เช่น ระบบน้ำที่พอดีกับจำนวนคนในบ้าน
สรุป ถังเก็บน้ำขนาดไหนถึงจะพอดีกับจำนวนคนในบ้าน?
การเลือก ถังเก็บน้ำ ให้พอดีกับบ้าน ควรเริ่มจากจำนวนคนในบ้าน แล้วคำนวณจากปริมาณน้ำที่ใช้ต่อคนต่อวัน โดยบ้านทั่วไปอาจประเมินประมาณ 150–200 ลิตรต่อคนต่อวัน และเผื่อจำนวนวันที่ต้องการสำรองน้ำ
แนวทางเบื้องต้นคือ
บ้าน 1–2 คน ใช้ถังประมาณ 500–700 ลิตร
บ้าน 3–4 คน ใช้ถังประมาณ 1,000 ลิตร
บ้าน 5–6 คน ใช้ถังประมาณ 1,500 ลิตร
บ้าน 7–8 คน ใช้ถังประมาณ 2,000 ลิตร
บ้าน 9 คนขึ้นไป ใช้ถังประมาณ 2,500–3,000 ลิตรขึ้นไป
แต่ขนาดที่เหมาะจริงยังต้องดูพฤติกรรมใช้น้ำ จำนวนห้องน้ำ การซักผ้า การรดน้ำต้นไม้ การล้างรถ พื้นที่ติดตั้ง และปัญหาน้ำประปาในพื้นที่ด้วย
สุดท้าย ถังเก็บน้ำที่ดีที่สุดไม่ใช่ถังที่ใหญ่ที่สุด แต่คือถังที่พอดีกับการใช้ชีวิตของคนในบ้าน มีน้ำสำรองเพียงพอ ไม่เปลืองพื้นที่ และดูแลรักษาได้ง่ายในระยะยาว