รอยร้าวแบบไหนอันตราย เรื่องสำคัญที่เจ้าของบ้านไม่ควรมองข้าม
รอยร้าวบ้าน เป็นปัญหาที่เจ้าของบ้านหลายคนกังวล เพราะบางครั้งดูเหมือนเป็นเพียงรอยเล็ก ๆ บนผนัง แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาที่ซ่อนอยู่ในตัวบ้านได้
รอยร้าวบางแบบเกิดจากการหดตัวของปูน การยืดหดของวัสดุ หรือการฉาบผนังที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจไม่กระทบโครงสร้างมากนัก แต่รอยร้าวบางแบบอาจเกี่ยวข้องกับการทรุดตัวของบ้าน ฐานราก เสา คาน หรือพื้น ซึ่งหากปล่อยไว้นาน อาจทำให้ปัญหาลุกลามและเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมมากขึ้น
ดังนั้น คำถามว่า รอยร้าวแบบไหนอันตราย จึงเป็นเรื่องที่ควรรู้ โดยเฉพาะคนที่กำลังซื้อ บ้านมือสอง, บ้านรีโนเวท หรือกำลัง ตรวจบ้านก่อนซื้อ เพราะการดูรอยร้าวให้เป็น อาจช่วยให้รู้ทันปัญหาใหญ่ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านได้
รอยร้าวทุกแบบอันตรายไหม?
คำตอบคือ ไม่ใช่รอยร้าวทุกแบบจะอันตราย รอยร้าวบางประเภทเป็นเพียงรอยแตกลายงาบนผิวปูน หรือรอยร้าวเล็ก ๆ จากการยืดหดของวัสดุ ซึ่งอาจซ่อมได้ด้วยการอุดรอย ฉาบซ่อม และทาสีใหม่
แต่รอยร้าวบางประเภทไม่ควรมองข้าม เช่น รอยร้าวแนวเฉียง รอยร้าวที่เสา คาน พื้น รอยร้าวที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ หรือรอยร้าวที่มาพร้อมอาการอื่น เช่น ประตูปิดไม่สนิท พื้นเอียง ผนังโก่ง ฝ้าแอ่น หรือมีน้ำรั่วซึม
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่ดูว่า “รอยใหญ่หรือเล็ก” แต่ต้องดูว่า “รอยเกิดตรงไหน เป็นแนวอะไร และมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่”
1. รอยร้าวแนวเฉียงทแยงมุม สัญญาณที่ต้องระวังมาก
รอยร้าวแนวเฉียง หรือรอยแตกทแยงจากมุมหนึ่งไปอีกมุมหนึ่งของผนัง เป็นรอยร้าวที่ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการทรุดตัวของโครงสร้างบ้าน
รอยร้าวลักษณะนี้มักเกิดจากฐานรากทรุดตัวไม่เท่ากัน เสาบางต้นรับน้ำหนักผิดปกติ หรือโครงสร้างบางส่วนเคลื่อนตัว จนทำให้ผนังถูกดึงรั้งและแตกร้าวเป็นแนวเฉียง
หากพบรอยร้าวเฉียงกลางผนัง โดยเฉพาะรอยที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีหลายจุดในทิศทางใกล้เคียงกัน ไม่ควรแก้ด้วยการฉาบปูนหรือทาสีทับอย่างเดียว เพราะอาจเป็นการปิดอาการโดยไม่ได้แก้ต้นเหตุ
วิธีที่เหมาะสมคือให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่ารอยร้าวเกิดจากผนังฉาบหรือเกิดจาก รอยร้าวโครงสร้าง เพื่อวางแนวทางซ่อมให้ถูกต้อง
2. รอยร้าวที่เสาและคาน อาจเกี่ยวกับโครงสร้างหลัก
เสาและคานเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างบ้าน หากพบรอยร้าวบริเวณเสา คาน หรือจุดต่อระหว่างเสากับคาน ควรให้ความสำคัญมากกว่ารอยร้าวบนผนังทั่วไป
รอยร้าวเล็ก ๆ บนผิวปูนหุ้มเสาอาจยังไม่รุนแรงเสมอไป แต่ถ้ารอยร้าวลึก เห็นเหล็กเสริม คอนกรีตกะเทาะ มีสนิม หรือมีรอยแตกเฉียงใกล้หัวเสาและคาน ควรรีบให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจทันที
รอยร้าวบริเวณโครงสร้างหลักไม่ควรซ่อมเองแบบง่าย ๆ เพราะการอุดปูนหรือโป๊วสีอาจทำให้ภายนอกดูดีขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยให้โครงสร้างแข็งแรงขึ้น
หากปล่อยไว้นาน อาจทำให้ความเสียหายลุกลาม และเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของบ้านในระยะยาว
3. รอยร้าวใต้ท้องคานหรือคานแอ่น ต้องรีบสังเกต
รอยร้าวใต้ท้องคานหรือรอยที่เกิดบริเวณแนวคาน อาจเกี่ยวข้องกับการรับน้ำหนักของโครงสร้าง โดยเฉพาะหากคานมีอาการแอ่น ร้าวเป็นแนวยาว หรือมีเสียงผิดปกติเมื่อมีการใช้งานพื้นที่ด้านบน
สาเหตุอาจมาจากน้ำหนักที่มากเกินไป การต่อเติมผิดวิธี หรือการออกแบบโครงสร้างที่ไม่เหมาะกับการใช้งานจริง
หากพบรอยร้าวลักษณะนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักเพิ่ม และควรให้วิศวกรตรวจสอบก่อนซ่อม เพราะอาจต้องแก้ที่การรับน้ำหนัก ไม่ใช่แค่ปิดรอยร้าว
4. รอยร้าวบนพื้น อาจเกิดจากพื้นรับน้ำหนักมากเกินไป
รอยร้าวบ้าน ไม่ได้เกิดเฉพาะผนังเท่านั้น พื้นบ้านก็สามารถแตกร้าวได้เช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณที่วางของหนัก เช่น ตู้ขนาดใหญ่ แท็งก์น้ำ เครื่องออกกำลังกาย หรือพื้นที่ที่เคยต่อเติมเพิ่ม
รอยร้าวบนพื้นที่ควรระวังคือรอยร้าวยาวต่อเนื่อง รอยร้าวที่พื้นแยกตัว รอยที่ทำให้พื้นต่างระดับ หรือรอยที่มาพร้อมเสียงกลวงเมื่อเคาะ
หากเป็นรอยเล็กเฉพาะผิวหน้า อาจเป็นปัญหาพื้นผิวหรือกระเบื้อง แต่ถ้ารอยร้าวลึกลงไปถึงโครงสร้าง หรือมีพื้นทรุดร่วมด้วย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
สำหรับบ้านมือสอง ควรเดินสำรวจพื้นทุกห้อง ลองดูว่ามีพื้นเอียง กระเบื้องโก่ง หรือรอยแตกยาวผิดปกติหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของปัญหาใต้พื้น
5. รอยร้าวขอบประตูและหน้าต่าง พบได้บ่อย แต่ต้องดูให้ดี
รอยร้าวบริเวณขอบประตูและหน้าต่างเป็นจุดที่พบได้บ่อยในหลายบ้าน เพราะบริเวณนี้เป็นจุดที่มีการเปลี่ยนวัสดุและมีแรงดึงสะสมได้ง่าย
โดยทั่วไป รอยร้าวเล็ก ๆ รอบวงกบอาจไม่ใช่ปัญหาโครงสร้างหลักเสมอไป แต่อาจเกิดจากการฉาบปูน การยืดหดของวัสดุ หรือการติดตั้งวงกบที่ไม่สมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม หากรอยร้าวบริเวณขอบประตูหน้าต่างมีขนาดใหญ่ขึ้น มีน้ำซึม มีคราบชื้น หรือทำให้วงกบบิดจนประตูหน้าต่างปิดไม่สนิท ควรตรวจให้ละเอียด
เพราะแม้รอยร้าวประเภทนี้อาจไม่อันตรายเท่ารอยร้าวเฉียง แต่ถ้าปล่อยไว้นาน อาจทำให้เกิดปัญหาน้ำรั่ว เชื้อรา และวัสดุรอบวงกบเสื่อมสภาพได้
6. รอยร้าวแนวนอนใต้คาน อาจเกิดจากงานก่อผนัง
รอยร้าวแนวนอนบริเวณใต้ท้องคานหรือรอยต่อระหว่างผนังกับคาน มักพบได้ในบ้านหลายหลัง โดยเฉพาะบ้านที่มีการก่อผนังแล้วเกิดการยุบตัวของปูน หรือวัสดุมีการยืดหดไม่เท่ากัน
ถ้าเป็นรอยเล็ก ๆ ที่ไม่ลึกและไม่ลาม อาจซ่อมได้ด้วยวัสดุอุดรอยต่อที่ยืดหยุ่นได้ แล้วทาสีทับ
แต่ถ้ารอยแนวนอนมีขนาดใหญ่ รอยแยกชัด หรือเกิดร่วมกับรอยร้าวที่เสาและคาน ควรตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจไม่ใช่แค่ปัญหาผิวผนัง
หลักสำคัญคืออย่าด่วนสรุปว่ารอยร้าวแนวนอนทุกแบบไม่อันตราย ควรดูตำแหน่ง ความกว้าง และการเปลี่ยนแปลงของรอยร่วมกัน
7. รอยร้าวบริเวณส่วนต่อเติม ต้องดูว่าแยกจากบ้านเดิมไหม
บ้านหลายหลังมีการต่อเติม เช่น ครัวหลังบ้าน ห้องเพิ่ม หลังคาจอดรถ หรือพื้นที่ซักล้าง ซึ่งจุดรอยต่อระหว่างบ้านเดิมกับส่วนต่อเติมมักเป็นจุดที่เกิดรอยร้าวได้ง่าย
สาเหตุหลักมักเกิดจากโครงสร้างบ้านเดิมและส่วนต่อเติมทรุดตัวไม่เท่ากัน โดยเฉพาะถ้าส่วนต่อเติมไม่มีเสาเข็มหรือฐานรากที่เหมาะสม
หากรอยร้าวเกิดเฉพาะบริเวณรอยต่อ และไม่ได้ดึงโครงสร้างบ้านเดิม อาจแก้ด้วยการทำรอยต่อยืดหยุ่นและป้องกันน้ำรั่ว แต่ถ้ารอยร้าวลามเข้าบ้านเดิม ผนังแยก หรือพื้นต่างระดับชัดเจน ควรให้วิศวกรตรวจสอบ
สำหรับคนที่กำลังซื้อ บ้านมือสอง ควรดูส่วนต่อเติมให้ละเอียด เพราะบ้านที่ต่อเติมไม่ถูกต้องอาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่หลังเข้าอยู่
8. รอยร้าวที่มีน้ำซึมและความชื้น อย่าปล่อยไว้นาน
รอยร้าวที่มาพร้อมคราบน้ำ คราบเชื้อรา สีพอง ผนังบวม หรือกลิ่นอับ เป็นรอยร้าวที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากทำให้บ้านดูเสียหายแล้ว ยังอาจทำให้วัสดุเสื่อมเร็วขึ้น
สาเหตุอาจมาจากหลังคารั่ว ท่อน้ำรั่ว ผนังภายนอกแตกร้าว น้ำฝนซึมเข้ารอยต่อ หรือระบบกันซึมเสื่อมสภาพ
ถ้าปล่อยไว้นาน ความชื้นอาจทำให้เกิดเชื้อรา ทำให้สีลอก ผนังผุ หรือกระทบวัสดุอื่นในบ้าน เช่น วงกบไม้ พื้นลามิเนต เฟอร์นิเจอร์ และฝ้าเพดาน
การซ่อมรอยร้าวที่มีน้ำซึมต้องเริ่มจากหาต้นทางของน้ำให้เจอก่อน ไม่ใช่แค่ทาสีหรืออุดรอยจากด้านใน เพราะหากต้นเหตุยังอยู่ รอยชื้นจะกลับมาอีก
9. รอยร้าวที่มีสนิมเหล็ก เป็นสัญญาณที่ควรตรวจทันที
หากพบรอยร้าวบริเวณคอนกรีตที่มีคราบสนิม เหล็กโผล่ หรือคอนกรีตกะเทาะออกมา ควรให้ความสำคัญทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับเหล็กเสริมภายในโครงสร้าง
เมื่อความชื้นเข้าไปในคอนกรีต เหล็กเสริมอาจเกิดสนิม สนิมจะขยายตัวและดันให้คอนกรีตแตกออกมากขึ้น ทำให้โครงสร้างเสียหายสะสมได้
รอยร้าวลักษณะนี้มักพบในพื้นที่ที่มีความชื้น เช่น ห้องน้ำ ระเบียง ดาดฟ้า ครัวหลังบ้าน หรือจุดที่น้ำรั่วซึมเป็นเวลานาน
ไม่ควรซ่อมด้วยการฉาบปิดอย่างเดียว เพราะต้องตรวจว่าความเสียหายของเหล็กและคอนกรีตลึกแค่ไหน หากรุนแรงควรให้วิศวกรหรือช่างผู้เชี่ยวชาญประเมินแนวทางซ่อม
อย่าดูแค่ขนาดรอยร้าว ต้องดู “พฤติกรรมของรอย”
หลายคนคิดว่ารอยเล็กไม่น่ากลัว ส่วนรอยใหญ่ต้องอันตรายเสมอ แต่ความจริงแล้วต้องดูพฤติกรรมของรอยร่วมด้วย
รอยร้าวเล็กที่คงที่ ไม่ลาม และเกิดเฉพาะผิวปูน อาจไม่รุนแรงมาก แต่รอยร้าวเล็กที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ กว้างขึ้นเรื่อย ๆ หรือเกิดหลายจุดพร้อมกัน อาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่กำลังลุกลาม
วิธีสังเกตง่าย ๆ คือถ่ายรูปรอยร้าวไว้ จดวันที่ และวัดความกว้างคร่าว ๆ หากผ่านไปหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนแล้วรอยใหญ่ขึ้น ควรรีบให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ
รอยร้าวที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่องมักน่ากังวลกว่ารอยร้าวที่หยุดนิ่ง
อาการร่วมที่บอกว่ารอยร้าวอาจไม่ธรรมดา
นอกจากดูรอยร้าว ควรดูอาการอื่นของบ้านร่วมด้วย เช่น
ประตูหรือหน้าต่างปิดไม่สนิท
อาจเกิดจากวงกบบิด ผนังเคลื่อนตัว หรือโครงสร้างทรุด
พื้นเอียงหรือพื้นต่างระดับ
อาจเกี่ยวข้องกับการทรุดตัวของพื้นหรือฐานราก
ผนังโก่งหรือปูดออกมา
อาจเกิดจากความชื้น โครงสร้างผนัง หรือแรงดันภายใน
ฝ้าเพดานแอ่นหรือมีคราบน้ำ
อาจมีน้ำรั่วจากหลังคา ท่อน้ำ หรือห้องน้ำชั้นบน
รอยร้าวเกิดหลายจุดพร้อมกัน
ควรตรวจว่ามีการทรุดตัวหรือแรงดึงในโครงสร้างหรือไม่
หากรอยร้าวมาพร้อมอาการเหล่านี้ ไม่ควรซ่อมเองแบบผิวเผิน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ซื้อบ้านมือสอง ต้องเช็กรอยร้าวตรงไหนบ้าง?
สำหรับคนที่กำลัง ตรวจบ้านก่อนซื้อ โดยเฉพาะ บ้านมือสอง หรือ บ้านรีโนเวท ควรเดินดูรอยร้าวให้ครบทุกจุด ไม่ใช่ดูเฉพาะผนังที่เห็นชัด
จุดที่ควรตรวจ ได้แก่ ผนังภายในบ้าน ผนังภายนอก เสา คาน ขอบประตู หน้าต่าง พื้น ฝ้าเพดาน ห้องน้ำ ครัวหลังบ้าน ระเบียง และจุดต่อเติม
ควรดูทั้งชั้นล่างและชั้นบน โดยเฉพาะบ้านสองชั้นให้สังเกตฝ้าใต้ห้องน้ำชั้นบน รอยชื้นใต้ระเบียง และรอยร้าวบริเวณบันได
หากบ้านเพิ่งทาสีใหม่ ควรดูให้ละเอียดเป็นพิเศษ เพราะสีใหม่อาจปิดรอยเดิมบางส่วนได้ ควรสังเกตพื้น ผนัง ฝ้า และรอยซ่อมที่ดูไม่สม่ำเสมอร่วมด้วย
บ้านรีโนเวทสวย แต่ต้องดูรอยร้าวให้ลึกกว่าผิวหน้า
บ้านรีโนเวท หลายหลังอาจดูสวยและพร้อมอยู่ แต่ผู้ซื้อไม่ควรดูแค่สีใหม่ พื้นใหม่ หรือห้องน้ำใหม่ เพราะรอยร้าวบางจุดอาจถูกฉาบหรือทาสีปิดไว้ชั่วคราว
ควรถามผู้ขายให้ชัดว่า บ้านเคยมีรอยร้าวตรงไหนบ้าง เคยซ่อมโครงสร้างหรือไม่ มีการต่อเติมหรือย้ายผนังหรือเปล่า และงานรีโนเวทได้แก้ที่ต้นเหตุหรือเพียงตกแต่งผิวหน้า
ถ้าเป็นไปได้ ควรพาช่างหรือวิศวกรเข้าตรวจ โดยเฉพาะบ้านที่มีอายุหลายปี บ้านที่เคยต่อเติมหนัก หรือบ้านที่มีรอยร้าวเฉียงและรอยชื้นให้เห็น
บ้านรีโนเวทที่ดีไม่ควรสวยอย่างเดียว แต่ต้องมีระบบพื้นฐานและโครงสร้างที่ตรวจสอบได้
วิธีแก้รอยร้าว ต้องเริ่มจากหาสาเหตุก่อน
การซ่อม รอยร้าวบ้าน ไม่ควรเริ่มจากการอุดหรือทาสีทันที แต่ควรเริ่มจากการหาสาเหตุว่ารอยนั้นเกิดจากอะไร
ถ้าเป็นรอยแตกลายงาบนผิวปูน อาจซ่อมด้วยการขัดผิว อุดรอย ฉาบบาง และทาสีใหม่
ถ้าเป็นรอยร้าวขอบประตูหน้าต่าง อาจต้องใช้วัสดุยาแนวที่ยืดหยุ่น ตรวจวงกบ และป้องกันน้ำรั่วซึม
ถ้าเป็นรอยร้าวจากน้ำซึม ต้องแก้ต้นทางของน้ำก่อน เช่น หลังคา รางน้ำ ท่อรั่ว หรือระบบกันซึม
แต่ถ้าเป็น รอยร้าวโครงสร้าง เช่น รอยร้าวที่เสา คาน พื้น หรือรอยเฉียงจากการทรุดตัว ต้องให้วิศวกรตรวจสอบและออกแบบวิธีซ่อมที่เหมาะสม
การซ่อมผิดวิธีอาจทำให้ปัญหากลับมาอีก และอาจทำให้เสียเงินซ้ำหลายรอบ
รอยร้าวแบบไหนควรเรียกวิศวกรทันที?
ควรเรียกวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญทันที หากพบอาการเหล่านี้
รอยร้าวแนวเฉียงขนาดใหญ่หรือยาวต่อเนื่อง
อาจเกี่ยวข้องกับการทรุดตัวของโครงสร้าง
รอยร้าวที่เสา คาน หรือพื้นโครงสร้าง
เป็นจุดที่มีผลต่อความแข็งแรงของบ้าน
รอยร้าวที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ
แสดงว่าปัญหาอาจยังไม่หยุดนิ่ง
รอยร้าวพร้อมพื้นเอียงหรือประตูปิดไม่สนิท
อาจเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนตัวของบ้าน
รอยร้าวที่มีสนิมเหล็กหรือคอนกรีตกะเทาะ
อาจมีปัญหากับเหล็กเสริมภายใน
รอยร้าวหลังการต่อเติม
อาจเกิดจากฐานรากเดิมและส่วนต่อเติมทรุดไม่เท่ากัน
หากไม่แน่ใจ ควรเลือกตรวจให้ชัดตั้งแต่แรก ดีกว่าปล่อยให้ปัญหาลุกลามจนซ่อมยากขึ้น
เช็กลิสต์ตรวจรอยร้าวก่อนซื้อบ้าน
ก่อนซื้อบ้าน ลองเช็กตามนี้
1. มีรอยร้าวแนวเฉียงหรือไม่
โดยเฉพาะกลางผนัง มุมห้อง หรือผนังที่อยู่ตรงข้ามกัน
2. มีรอยร้าวที่เสา คาน หรือพื้นหรือเปล่า
จุดเหล่านี้ควรตรวจละเอียดกว่าผนังทั่วไป
3. รอยร้าวมีความกว้างมากขึ้นไหม
หากเจ้าของบ้านบอกว่ารอยเดิม ควรถามประวัติการซ่อมเพิ่มเติม
4. มีคราบน้ำ สีพอง หรือเชื้อราร่วมด้วยไหม
อาจเป็นปัญหาน้ำซึมหรือท่อรั่ว
5. ประตูหน้าต่างปิดสนิทหรือไม่
ถ้าปิดยาก อาจเกี่ยวกับวงกบหรือการทรุดตัว
6. พื้นมีอาการเอียงหรือทรุดไหม
ลองเดินสังเกตและดูระดับพื้นในแต่ละห้อง
7. ส่วนต่อเติมมีรอยแยกจากบ้านเดิมหรือไม่
ควรดูครัวหลังบ้าน หลังคาจอดรถ และพื้นที่ซักล้าง
8. บ้านเพิ่งทาสีใหม่เพื่อปิดรอยหรือเปล่า
ควรดูรอยซ่อม ผิวผนัง และถามประวัติการรีโนเวท
9. มีรอยร้าวที่มีสนิมเหล็กหรือคอนกรีตกะเทาะไหม
หากมี ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจทันที
10. จำเป็นต้องพาวิศวกรหรือช่างตรวจเพิ่มไหม
หากพบรอยร้าวผิดปกติ อย่าตัดสินใจจากสายตาเพียงอย่างเดียว
บ้านสร้างตัวกับการเลือกบ้านที่อยู่แล้วมั่นใจ
สำหรับคนที่กำลังมองหา บ้านมือสอง, บ้านรีโนเวทพร้อมอยู่, หรือบ้านหลังแรก การตรวจรอยร้าวเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
บ้านสร้างตัวให้ความสำคัญกับการคัดสรรบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ทั้งทำเล งบประมาณ สภาพบ้าน และความพร้อมเข้าอยู่ เพื่อช่วยให้คนอยากมีบ้านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
เพราะบ้านที่ดีไม่ใช่แค่บ้านที่ดูสวยในวันแรก แต่ควรเป็นบ้านที่อยู่แล้วมั่นใจ ไม่มีปัญหาจุกจิกซ่อนอยู่ และสามารถดูแลต่อได้ในระยะยาว
สรุป รอยร้าวแบบไหนอันตราย?
รอยร้าวแบบไหนอันตราย ต้องดูจากลักษณะ ตำแหน่ง และการเปลี่ยนแปลงของรอย ไม่ใช่ดูจากขนาดเพียงอย่างเดียว
รอยร้าวที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ รอยร้าวแนวเฉียง รอยร้าวที่เสา คาน หรือพื้น รอยร้าวที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ รอยร้าวที่มีสนิมเหล็ก รอยร้าวจากส่วนต่อเติม และรอยร้าวที่มาพร้อมพื้นเอียงหรือประตูปิดไม่สนิท
ส่วนรอยร้าวเล็ก ๆ บริเวณผิวปูนหรือขอบประตูหน้าต่าง อาจไม่ใช่ปัญหาโครงสร้างเสมอไป แต่ก็ควรรีบซ่อมและเฝ้าดู เพื่อป้องกันน้ำซึม ความชื้น และความเสียหายสะสม
สิ่งสำคัญที่สุดคือการหาสาเหตุให้ถูกจุดก่อนซ่อม เพราะการอุดรอยหรือทาสีทับอาจทำให้บ้านดูดีขึ้นชั่วคราว แต่ถ้าต้นเหตุยังอยู่ ปัญหาก็จะกลับมาอีก
หากพบรอยร้าวผิดปกติ โดยเฉพาะในบ้านมือสองหรือบ้านรีโนเวท ควรให้ช่างหรือวิศวกรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้บ้านหลังใหม่เป็นบ้านที่อยู่แล้วปลอดภัยและสบายใจในระยะยาว