รีเทนชั่นบ้านคืออะไร?

รีเทนชั่นบ้าน หรือ Home Loan Retention คือการขอปรับลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านกับธนาคารเดิมที่เรากำลังผ่อนอยู่ โดยไม่ต้องย้ายไปธนาคารใหม่

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเราผ่อนบ้านกับธนาคารเดิมมาสักระยะหนึ่งแล้ว ดอกเบี้ยช่วงโปรโมชันหมดลง หรือดอกเบี้ยเริ่มสูงขึ้น เราสามารถติดต่อธนาคารเดิมเพื่อขอให้พิจารณาปรับลดดอกเบี้ยใหม่ได้

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “รีไฟแนนซ์บ้าน” มากกว่า แต่จริง ๆ แล้ว “รีเทนชั่น” ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดดอกเบี้ยบ้านได้เหมือนกัน เพียงแต่ไม่ต้องย้ายธนาคาร และมักทำเรื่องง่ายกว่า

บทความนี้ บ้านสร้างตัวจะพามาดูว่า รีเทนชั่นบ้านคืออะไร ต่างจากรีไฟแนนซ์ยังไง ข้อดีข้อเสียมีอะไร และควรเลือกแบบไหนให้คุ้มกับสถานการณ์ของเรา

ทำไมต้องสนใจรีเทนชั่นหรือรีไฟแนนซ์บ้าน?

เวลายื่นกู้ซื้อบ้าน ธนาคารมักมีดอกเบี้ยพิเศษในช่วงแรก เช่น 1-3 ปีแรก หลังจากนั้นดอกเบี้ยอาจปรับเป็นอัตราลอยตัว เช่น MRR ลบด้วยส่วนลดตามเงื่อนไขของธนาคาร

ปัญหาคือ เมื่อหมดช่วงโปรโมชัน ดอกเบี้ยอาจสูงขึ้น ทำให้เงินที่เราผ่อนในแต่ละเดือนถูกนำไปจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น และตัดเงินต้นได้น้อยลง

ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไร เราอาจจ่ายดอกเบี้ยแพงกว่าที่จำเป็นเป็นเวลาหลายปี

ดังนั้นคนผ่อนบ้านควรรู้จัก 2 ทางเลือกสำคัญ คือ

  • รีเทนชั่น: ขอปรับลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม
  • รีไฟแนนซ์: ย้ายสินเชื่อบ้านไปธนาคารใหม่

ทั้งสองวิธีมีเป้าหมายคล้ายกัน คือช่วยลดภาระดอกเบี้ยบ้าน แต่ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และความคุ้มค่าต่างกัน

รีเทนชั่นบ้านทำงานยังไง?

รีเทนชั่นคือการติดต่อธนาคารเดิมเพื่อขอปรับเงื่อนไขดอกเบี้ยใหม่ โดยธนาคารจะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น

  • ประวัติการผ่อนชำระ
  • ผ่อนตรงเวลาหรือไม่
  • ยอดหนี้คงเหลือ
  • ระยะเวลาที่ผ่อนมาแล้ว
  • เงื่อนไขสัญญาเดิม
  • นโยบายของธนาคาร
  • ความเสี่ยงของผู้กู้
  • ความสัมพันธ์ของลูกค้ากับธนาคาร

ถ้าผู้กู้มีประวัติดี ผ่อนตรงเวลา ไม่ค้างชำระ และผ่อนครบช่วงเวลาที่ธนาคารกำหนด ก็มีโอกาสได้รับข้อเสนอดอกเบี้ยใหม่ที่ดีกว่าเดิม

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร?

รีไฟแนนซ์บ้าน คือการย้ายสินเชื่อบ้านจากธนาคารเดิมไปธนาคารใหม่ เพื่อขอเงื่อนไขที่ดีกว่า เช่น

  • ดอกเบี้ยต่ำลง
  • ค่างวดลดลง
  • ระยะเวลาผ่อนใหม่
  • ขอวงเงินเพิ่ม
  • รวมภาระหนี้บางประเภท
  • ปรับโครงสร้างการผ่อนให้เหมาะขึ้น

รีไฟแนนซ์เหมือนการยื่นกู้ใหม่อีกครั้ง ธนาคารใหม่จะพิจารณารายได้ เครดิตบูโร Statement เอกสารบ้าน และประเมินหลักประกันใหม่ ก่อนอนุมัติวงเงิน

รีเทนชั่นกับรีไฟแนนซ์ ต่างกันยังไง?

ความต่างหลักคือ รีเทนชั่นทำกับธนาคารเดิม ส่วนรีไฟแนนซ์ย้ายไปธนาคารใหม่

หัวข้อ รีเทนชั่นบ้าน รีไฟแนนซ์บ้าน
ทำกับใคร ธนาคารเดิม ธนาคารใหม่
จุดประสงค์ ขอปรับลดดอกเบี้ย ย้ายสินเชื่อเพื่อเงื่อนไขใหม่
เอกสาร น้อยกว่า มากกว่า เพราะเหมือนยื่นกู้ใหม่
ขั้นตอน ง่ายและเร็วกว่า ใช้เวลามากกว่า
ค่าใช้จ่าย มักน้อยกว่า อาจมีค่าประเมิน ค่าจดจำนอง และค่าธรรมเนียม
การประเมินบ้านใหม่ โดยทั่วไปไม่ต้องประเมินใหม่ มักต้องประเมินหลักประกันใหม่
โอกาสได้ดอกเบี้ยต่ำมาก อาจลดลงได้ระดับหนึ่ง อาจได้ข้อเสนอถูกกว่า ถ้าโปรธนาคารใหม่ดี
เหมาะกับใคร คนที่อยากลดดอกเบี้ยแบบไม่ยุ่งยาก คนที่อยากได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าและยอมทำเรื่องใหม่

ข้อดีของรีเทนชั่นบ้าน

1. ไม่ต้องย้ายธนาคาร

ข้อดีใหญ่ของรีเทนชั่นคือไม่ต้องย้ายสินเชื่อไปธนาคารใหม่ ทำให้ขั้นตอนง่ายกว่า และไม่ต้องเริ่มกระบวนการกู้ใหม่ทั้งหมด

เหมาะกับคนที่ไม่อยากเสียเวลาเตรียมเอกสารมาก หรือไม่อยากเดินเรื่องกับหลายธนาคาร

2. เอกสารน้อยกว่า

เพราะธนาคารเดิมมีข้อมูลผู้กู้อยู่แล้ว เช่น ประวัติการผ่อน ยอดหนี้ และเอกสารสินเชื่อเดิม จึงมักใช้เอกสารน้อยกว่าการรีไฟแนนซ์

บางกรณีอาจติดต่อธนาคารเดิมเพื่อขอปรับลดดอกเบี้ยได้เลย แล้วรอธนาคารพิจารณาเงื่อนไขใหม่

3. ใช้เวลาน้อยกว่า

รีเทนชั่นมักใช้เวลาน้อยกว่ารีไฟแนนซ์ เพราะไม่ต้องประเมินบ้านใหม่ ไม่ต้องโอนหลักประกันไปธนาคารใหม่ และไม่ต้องทำกระบวนการสินเชื่อใหม่ทั้งหมด

เหมาะกับคนที่ต้องการลดดอกเบี้ย แต่ไม่อยากเสียเวลานาน

4. ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า

รีเทนชั่นมักมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า เพราะไม่ต้องจดจำนองใหม่กับธนาคารใหม่ และมักไม่ต้องเสียค่าประเมินหลักประกันใหม่

อย่างไรก็ตาม ควรถามธนาคารเดิมให้ชัดว่า มีค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

5. เหมาะกับคนที่ผ่อนดีและอยากลดภาระง่าย ๆ

ถ้าคุณผ่อนบ้านตรงเวลา ไม่เคยค้างชำระ และยังพอใจกับบริการของธนาคารเดิม รีเทนชั่นเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะช่วยลดดอกเบี้ยได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนธนาคาร

ข้อควรระวังของรีเทนชั่นบ้าน

1. ดอกเบี้ยอาจไม่ต่ำเท่ารีไฟแนนซ์

รีเทนชั่นอาจช่วยลดดอกเบี้ยได้ แต่บางครั้งอัตราที่ธนาคารเดิมเสนออาจยังสูงกว่าข้อเสนอรีไฟแนนซ์ของธนาคารใหม่

ดังนั้นไม่ควรขอรีเทนชั่นอย่างเดียวแล้วจบ ควรเปรียบเทียบกับข้อเสนอรีไฟแนนซ์จากธนาคารอื่นด้วย

2. ธนาคารอาจไม่ได้อนุมัติตามที่ขอ

การขอรีเทนชั่นไม่ได้แปลว่าธนาคารต้องลดดอกเบี้ยให้เสมอไป ธนาคารจะพิจารณาตามเงื่อนไขและประวัติของผู้กู้

ถ้ามีประวัติจ่ายล่าช้า ค้างชำระ หรือยังผ่อนไม่ครบช่วงเวลาที่กำหนด อาจไม่ได้รับข้อเสนอที่ดีเท่าที่คาด

3. ต้องอ่านเงื่อนไขใหม่ให้ละเอียด

แม้เป็นธนาคารเดิม แต่เมื่อปรับเงื่อนไขใหม่ ควรอ่านรายละเอียดให้ครบ เช่น

  • ดอกเบี้ยใหม่อยู่ได้นานกี่ปี
  • หลังหมดช่วงใหม่คิดดอกเบี้ยเท่าไหร่
  • มีค่าธรรมเนียมหรือไม่
  • มีเงื่อนไขห้ามปิดบัญชีก่อนกำหนดไหม
  • ถ้าอยากรีไฟแนนซ์ภายหลังทำได้เมื่อไหร่

อย่าดูแค่ตัวเลขดอกเบี้ยที่ลดลง แต่ต้องดูเงื่อนไขทั้งหมด

ข้อดีของรีไฟแนนซ์บ้าน

1. มีโอกาสได้ดอกเบี้ยต่ำกว่า

ข้อดีหลักของรีไฟแนนซ์คือมีโอกาสได้ดอกเบี้ยใหม่ที่ต่ำกว่าธนาคารเดิม โดยเฉพาะถ้าธนาคารใหม่มีโปรโมชันสำหรับลูกค้ารีไฟแนนซ์

ถ้าส่วนต่างดอกเบี้ยมากพอ รีไฟแนนซ์อาจช่วยประหยัดดอกเบี้ยรวมได้มากในระยะยาว

2. ช่วยลดค่างวดรายเดือนได้

ถ้าดอกเบี้ยลดลง หรือปรับระยะเวลาผ่อนใหม่ ค่างวดต่อเดือนอาจลดลง ทำให้ภาระรายเดือนเบาลง และมีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นมากขึ้น

เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องในแต่ละเดือน

3. ช่วยให้เงินต้นลดเร็วขึ้น

ถ้าคุณเลือกผ่อนค่างวดเท่าเดิม แต่ได้ดอกเบี้ยต่ำลง เงินที่จ่ายในแต่ละเดือนจะไปตัดเงินต้นมากขึ้น ทำให้มีโอกาสปิดบ้านได้เร็วขึ้น

4. เปรียบเทียบหลายธนาคารได้

การรีไฟแนนซ์เปิดโอกาสให้เราเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายธนาคาร เช่น ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ระยะผ่อน และเงื่อนไขอื่น ๆ

ถ้าเลือกดี อาจได้แพ็กเกจที่คุ้มกว่าธนาคารเดิม

5. บางกรณีขอวงเงินเพิ่มได้

บางคนใช้การรีไฟแนนซ์เพื่อขอวงเงินเพิ่ม เช่น นำเงินไปซ่อมบ้าน ต่อเติมบ้าน ปรับปรุงบ้าน หรือใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ

แต่ต้องระวังว่า การกู้เพิ่มทำให้ยอดหนี้เพิ่มขึ้น จึงควรกู้เท่าที่จำเป็นและผ่อนไหวจริง

ข้อควรระวังของรีไฟแนนซ์บ้าน

1. ต้องยื่นเอกสารใหม่

รีไฟแนนซ์เหมือนการขอสินเชื่อใหม่ ต้องเตรียมเอกสารหลายอย่าง เช่น

  • บัตรประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • เอกสารรายได้
  • Statement
  • สลิปเงินเดือน หรือเอกสารรายได้อื่น
  • เอกสารภาษี ถ้ามี
  • สำเนาโฉนด
  • สัญญากู้เดิม
  • สัญญาจำนองเดิม
  • ใบเสร็จค่างวดล่าสุด
  • เอกสารอื่นตามที่ธนาคารกำหนด

ถ้าเอกสารไม่พร้อม กระบวนการอาจช้า หรืออาจไม่ได้รับอนุมัติ

2. มีค่าใช้จ่ายมากกว่ารีเทนชั่น

รีไฟแนนซ์อาจมีค่าใช้จ่าย เช่น

  • ค่าประเมินหลักประกัน
  • ค่าจดจำนอง
  • ค่าอากร
  • ค่าประกันอัคคีภัย
  • ค่าธรรมเนียมธนาคาร
  • ค่าธรรมเนียมปิดบัญชีก่อนกำหนดกับธนาคารเดิม ถ้ามี
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเอกสาร

ก่อนรีไฟแนนซ์ ต้องคำนวณว่าส่วนต่างดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ มากกว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้หรือไม่

3. ใช้เวลานานกว่า

รีไฟแนนซ์ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ ประเมินบ้าน อนุมัติวงเงิน และดำเนินการกับธนาคารเดิม จึงใช้เวลานานกว่ารีเทนชั่น

ถ้าต้องการลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ และไม่อยากรอ รีเทนชั่นอาจสะดวกกว่า

4. ธนาคารใหม่อาจอนุมัติไม่เต็มวงเงิน

ถ้าราคาประเมินบ้านต่ำกว่ายอดหนี้คงเหลือ หรือผู้กู้มีภาระหนี้เพิ่มขึ้น ธนาคารใหม่อาจอนุมัติวงเงินไม่พอปิดหนี้เดิม ทำให้ต้องเตรียมเงินส่วนต่างเอง

5. ต้องดูเงื่อนไขหลังหมดโปร

รีไฟแนนซ์มักมีดอกเบี้ยโปรโมชันช่วงแรก เช่น 3 ปีแรก แต่หลังจากนั้นอาจปรับเป็นดอกเบี้ยลอยตัว จึงต้องดูให้ดีว่า หลังหมดโปรจะคิดดอกเบี้ยเท่าไหร่

รีเทนชั่นกับรีไฟแนนซ์ เลือกแบบไหนดี?

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน เพราะต้องดูจากยอดหนี้ ดอกเบี้ยเดิม ข้อเสนอใหม่ ค่าใช้จ่าย และความสะดวกของผู้กู้

เลือกรีเทนชั่น ถ้า...

รีเทนชั่นอาจเหมาะกับคุณ ถ้า

  • ไม่อยากย้ายธนาคาร
  • ไม่อยากเตรียมเอกสารเยอะ
  • ไม่อยากเสียค่าจดจำนองใหม่
  • ต้องการทำเรื่องเร็ว
  • ดอกเบี้ยที่ธนาคารเดิมเสนอใกล้เคียงกับธนาคารใหม่
  • ยอดหนี้คงเหลือไม่สูงมาก
  • ส่วนต่างดอกเบี้ยจากรีไฟแนนซ์ไม่ได้คุ้มค่าใช้จ่าย
  • พอใจกับบริการของธนาคารเดิม
  • มีประวัติผ่อนดีและอยากใช้เป็นแต้มต่อในการต่อรอง

เลือกรีไฟแนนซ์ ถ้า...

รีไฟแนนซ์อาจเหมาะกับคุณ ถ้า

  • ธนาคารใหม่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่ามาก
  • ยอดหนี้บ้านยังสูงอยู่
  • ส่วนต่างดอกเบี้ยช่วยประหยัดได้มากกว่าค่าใช้จ่าย
  • มีเวลาเตรียมเอกสาร
  • เครดิตและรายได้ยังดีพอสำหรับยื่นกู้ใหม่
  • ต้องการลดค่างวดรายเดือน
  • ต้องการปิดบ้านเร็วขึ้น
  • ต้องการขอวงเงินเพิ่มเพื่อซ่อมหรือต่อเติมบ้าน
  • พร้อมเปรียบเทียบข้อเสนอหลายธนาคาร

วิธีคิดว่าควรรีเทนชั่นหรือรีไฟแนนซ์

ก่อนตัดสินใจ ลองคิดตามขั้นตอนนี้

1. เช็กดอกเบี้ยปัจจุบัน

ดูว่าสินเชื่อบ้านของเราตอนนี้คิดดอกเบี้ยเท่าไหร่ เช่น MRR - เท่าไหร่ หรือหลังหมดโปรคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี

2. ขอข้อเสนอรีเทนชั่นจากธนาคารเดิม

ติดต่อธนาคารเดิมเพื่อขอปรับลดดอกเบี้ย และถามให้ชัดว่า

  • ลดเหลือเท่าไหร่
  • ใช้ได้นานกี่ปี
  • มีค่าธรรมเนียมไหม
  • มีเงื่อนไขห้ามปิดบัญชีหรือไม่
  • หลังหมดช่วงใหม่คิดดอกเบี้ยอย่างไร

3. เปรียบเทียบข้อเสนอรีไฟแนนซ์จากธนาคารใหม่

สอบถามอย่างน้อย 2-3 ธนาคาร เพื่อดูว่าแต่ละที่ให้ดอกเบี้ยเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายอะไร และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

4. คำนวณดอกเบี้ยที่ประหยัดได้

อย่าดูแค่ดอกเบี้ยต่ำกว่า แต่ต้องดูว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้า ประหยัดได้กี่บาท

ถ้าประหยัดได้มากกว่าค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์ชัดเจน รีไฟแนนซ์อาจคุ้มกว่า

5. หักค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ค่าใช้จ่ายที่ต้องนำมาคิด เช่น

  • ค่าจดจำนองใหม่
  • ค่าประเมินบ้าน
  • ค่าประกัน
  • ค่าธรรมเนียม
  • ค่าปิดบัญชีก่อนกำหนด ถ้ามี
  • ค่าเสียเวลาในการดำเนินการ
  • ค่าเดินทางหรือเอกสาร

หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ถ้ายังประหยัดได้มาก รีไฟแนนซ์น่าสนใจ แต่ถ้าประหยัดไม่มาก รีเทนชั่นอาจเหมาะกว่า

6. ดูความสะดวกของตัวเอง

บางคนเลือกรีเทนชั่นเพราะสะดวกกว่า แม้ประหยัดน้อยกว่ารีไฟแนนซ์เล็กน้อย
บางคนเลือกรีไฟแนนซ์เพราะต้องการประหยัดดอกเบี้ยให้มากที่สุด แม้ต้องทำเอกสารมากกว่า

ไม่มีทางเลือกไหนผิด ถ้าเลือกจากตัวเลขและสถานการณ์จริงของตัวเอง

รีเทนชั่นควรทำตอนไหน?

โดยทั่วไป ควรเริ่มสนใจรีเทนชั่นเมื่อใกล้ครบช่วงดอกเบี้ยโปรโมชัน เช่น ใกล้ครบ 3 ปีแรก หรือก่อนดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้น

แนะนำให้เริ่มติดต่อธนาคารเดิมล่วงหน้าอย่างน้อย 1-3 เดือน เพื่อให้มีเวลาเปรียบเทียบกับข้อเสนอของธนาคารอื่น

อย่ารอให้ดอกเบี้ยสูงไปแล้วหลายเดือน เพราะอาจเสียโอกาสประหยัดดอกเบี้ย

รีไฟแนนซ์ควรทำตอนไหน?

รีไฟแนนซ์มักเหมาะเมื่อ

  • ผ่อนครบเงื่อนไขสัญญาเดิมแล้ว
  • ดอกเบี้ยหลังหมดโปรสูงขึ้น
  • ธนาคารใหม่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าชัดเจน
  • ยอดหนี้คงเหลือยังสูง
  • เครดิตและรายได้ยังพร้อม
  • ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์คุ้มกับดอกเบี้ยที่ประหยัดได้

ก่อนรีไฟแนนซ์ควรดูสัญญาเดิมว่า หากปิดบัญชีก่อนกำหนดจะมีค่าปรับหรือไม่

เอกสารที่ควรเตรียมเมื่อขอรีเทนชั่น

เอกสารอาจแตกต่างกันตามธนาคาร แต่โดยทั่วไปควรเตรียม

  • บัตรประชาชน
  • เลขที่สัญญาสินเชื่อบ้าน
  • ข้อมูลยอดหนี้คงเหลือ
  • ประวัติการผ่อนชำระ
  • ข้อเสนอจากธนาคารอื่น ถ้ามี
  • เอกสารเพิ่มเติมตามที่ธนาคารกำหนด

แม้รีเทนชั่นจะใช้เอกสารน้อยกว่ารีไฟแนนซ์ แต่การเตรียมข้อมูลให้พร้อมช่วยให้คุยกับธนาคารได้ง่ายขึ้น

เอกสารที่ควรเตรียมเมื่อรีไฟแนนซ์

การรีไฟแนนซ์ต้องเตรียมเอกสารมากกว่า เพราะเหมือนยื่นกู้ใหม่

เอกสารที่มักใช้ เช่น

  • บัตรประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • เอกสารรายได้
  • Statement ย้อนหลัง
  • สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือน
  • เอกสารภาษีหรือ 50 ทวิ ถ้ามี
  • สำเนาโฉนด
  • สัญญากู้กับธนาคารเดิม
  • สัญญาจำนอง
  • ใบเสร็จผ่อนชำระล่าสุด
  • เอกสารบ้านหรือหลักประกัน
  • เอกสารผู้กู้ร่วม ถ้ามี

ถ้าเป็นฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการ ควรเตรียมหลักฐานรายได้เพิ่มเติมให้ครบ เช่น เอกสารภาษี ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ หรือหลักฐานรับเงินจากลูกค้า

ตัวอย่างเปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย

สมมติว่าเรายังเหลือหนี้บ้าน 2,500,000 บาท และดอกเบี้ยปัจจุบันหลังหมดโปรสูงขึ้น

ธนาคารเดิมเสนอรีเทนชั่นให้ลดดอกเบี้ยลงระดับหนึ่ง โดยแทบไม่มีค่าใช้จ่าย
ธนาคารใหม่เสนอรีไฟแนนซ์ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า แต่มีค่าใช้จ่ายในการจดจำนองและดำเนินการ

วิธีตัดสินใจคือ

  • ถ้ารีไฟแนนซ์ช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่าค่าใช้จ่ายชัดเจน อาจเลือกรีไฟแนนซ์
  • ถ้ารีไฟแนนซ์ประหยัดเพิ่มไม่มาก แต่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายหลายอย่าง อาจเลือกรีเทนชั่น
  • ถ้าธนาคารเดิมให้ข้อเสนอใกล้เคียงธนาคารใหม่ รีเทนชั่นอาจคุ้มกว่าเพราะง่ายกว่า
  • ถ้าธนาคารเดิมลดให้น้อยมาก และยอดหนี้ยังสูง รีไฟแนนซ์อาจคุ้มกว่า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

1. รอให้หมดโปรนานแล้วค่อยคิด

หลายคนผ่อนบ้านครบ 3 ปีแล้วปล่อยดอกเบี้ยสูงต่อไปอีกหลายเดือนหรือหลายปี ทำให้เสียเงินดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น

ควรจดวันที่ครบโปรไว้ และเริ่มเปรียบเทียบล่วงหน้า

2. ดูแค่ดอกเบี้ย ไม่ดูค่าใช้จ่าย

ดอกเบี้ยต่ำอาจดูคุ้ม แต่ถ้ามีค่าใช้จ่ายสูง ต้องคำนวณให้ดีว่าประหยัดจริงหรือไม่

3. ไม่ขอข้อเสนอจากธนาคารเดิมก่อน

บางครั้งธนาคารเดิมอาจให้ข้อเสนอรีเทนชั่นที่ดีพอ และไม่ต้องเสียเวลาย้ายธนาคาร

ก่อนรีไฟแนนซ์ ควรลองขอรีเทนชั่นก่อนเสมอ

4. ไม่เปรียบเทียบหลายธนาคาร

ถ้าจะรีไฟแนนซ์ ควรดูหลายธนาคาร ไม่ควรเลือกที่แรกที่เจอ เพราะแต่ละธนาคารมีดอกเบี้ย ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขต่างกัน

5. ไม่อ่านเงื่อนไขปิดบัญชีก่อนกำหนด

บางสัญญาอาจมีเงื่อนไขค่าปรับหากปิดบัญชีหรือย้ายสินเชื่อก่อนครบกำหนด ควรอ่านสัญญาเดิมให้ชัดก่อนตัดสินใจ

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจรีเทนชั่นหรือรีไฟแนนซ์

ก่อนเลือก ลองเช็กตามนี้

  • ตอนนี้ดอกเบี้ยบ้านอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์
  • หมดโปรโมชันหรือยัง
  • ผ่อนครบเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนดหรือไม่
  • ยอดหนี้คงเหลือเท่าไหร่
  • ธนาคารเดิมเสนอรีเทนชั่นเท่าไหร่
  • ธนาคารใหม่เสนอรีไฟแนนซ์เท่าไหร่
  • รีไฟแนนซ์มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
  • หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วประหยัดจริงกี่บาท
  • ต้องการลดค่างวดหรืออยากปิดบ้านเร็วขึ้น
  • มีเวลาเตรียมเอกสารไหม
  • รายได้และเครดิตพร้อมยื่นกู้ใหม่หรือไม่
  • สัญญาเดิมมีค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนดไหม
  • เงื่อนไขใหม่หลังหมดโปรเป็นอย่างไร
  • ถ้าดอกเบี้ยปรับขึ้นในอนาคตยังผ่อนไหวไหม

สรุป รีเทนชั่นบ้านคืออะไร ต่างจากรีไฟแนนซ์ยังไง?

รีเทนชั่นบ้าน คือการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวก เอกสารน้อย ค่าใช้จ่ายน้อย และไม่อยากย้ายธนาคาร

รีไฟแนนซ์บ้าน คือการย้ายสินเชื่อไปธนาคารใหม่ เหมาะกับคนที่อยากได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิมมาก ต้องการลดค่างวด ต้องการปิดบ้านเร็วขึ้น หรืออยากขอวงเงินเพิ่ม แต่ต้องเตรียมเอกสารใหม่และมีค่าใช้จ่ายมากกว่า

ถ้าถามว่าแบบไหนดีกว่า คำตอบคือขึ้นอยู่กับความคุ้มหลังคำนวณจริง

ถ้ารีไฟแนนซ์ประหยัดได้มากกว่าค่าใช้จ่ายชัดเจน อาจคุ้มกว่า
ถ้าดอกเบี้ยต่างกันไม่มาก และไม่อยากเสียเวลา รีเทนชั่นอาจเหมาะกว่า

ทางที่ดีคือ ขอข้อเสนอจากธนาคารเดิมก่อน แล้วนำไปเปรียบเทียบกับธนาคารใหม่ เพื่อเลือกทางที่ประหยัดที่สุดและเหมาะกับชีวิตการเงินของเราจริง ๆ

บ้านสร้างตัว ช่วยให้การวางแผนผ่อนบ้านง่ายขึ้น

สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านหลังแรก บ้านมือสอง บ้านพร้อมอยู่ หรือคอนโดในงบที่เข้าถึงได้ บ้านสร้างตัวพร้อมช่วยคัดสรรตัวเลือกที่เหมาะกับทั้งราคา ทำเล และการใช้ชีวิตจริง

เพราะการมีบ้านไม่ได้จบแค่วันโอน แต่ยังต้องวางแผนดอกเบี้ย ค่างวด และค่าใช้จ่ายระยะยาวให้ดี เพื่อให้บ้านเป็นทรัพย์สินที่อยู่แล้วมั่นคง ไม่กลายเป็นภาระเกินตัว

FAQ คำถามที่พบบ่อย

รีเทนชั่นบ้านคืออะไร?

รีเทนชั่นบ้านคือการขอปรับลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านกับธนาคารเดิม โดยไม่ต้องย้ายสินเชื่อไปธนาคารใหม่

รีเทนชั่นต่างจากรีไฟแนนซ์ยังไง?

รีเทนชั่นทำกับธนาคารเดิม เอกสารน้อยกว่าและมักมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ส่วนรีไฟแนนซ์คือการย้ายสินเชื่อไปธนาคารใหม่ อาจได้ดอกเบี้ยต่ำกว่า แต่มีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายมากกว่า

รีเทนชั่นบ้านทำเมื่อไหร่ดี?

ควรเริ่มติดต่อธนาคารเดิมเมื่อใกล้ครบช่วงดอกเบี้ยโปรโมชัน เช่น ก่อนครบ 3 ปี หรือก่อนดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้น

รีไฟแนนซ์บ้านคุ้มกว่ารีเทนชั่นไหม?

อาจคุ้มกว่า ถ้าดอกเบี้ยธนาคารใหม่ต่ำกว่ามาก และประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่าค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์ แต่ถ้าประหยัดไม่มาก รีเทนชั่นอาจคุ้มกว่าเพราะง่ายและค่าใช้จ่ายน้อยกว่า

ขอรีเทนชั่นแล้วธนาคารต้องอนุมัติไหม?

ไม่เสมอไป ธนาคารจะพิจารณาจากเงื่อนไขสินเชื่อ ประวัติการผ่อน ยอดหนี้ และนโยบายของธนาคาร

ก่อนรีไฟแนนซ์ต้องเช็กอะไร?

ควรเช็กดอกเบี้ยใหม่ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนด เอกสารที่ต้องใช้ และวงเงินที่ธนาคารใหม่จะอนุมัติ