เลือกหลอดไฟ ผ้าม่าน และสีผนังยังไงให้บ้านประหยัดขึ้น?
เวลาแต่งบ้าน หลายคนมักเริ่มจากเฟอร์นิเจอร์ โซฟา เตียง ตู้ หรือของตกแต่ง แต่จริง ๆ แล้วสิ่งเล็ก ๆ อย่าง หลอดไฟ ผ้าม่าน และสีผนัง มีผลต่อความสบายของบ้านและค่าใช้จ่ายระยะยาวมากกว่าที่คิด
เพราะทั้ง 3 อย่างนี้เกี่ยวข้องกับแสง ความร้อน และบรรยากาศในบ้านโดยตรง ถ้าเลือกดี บ้านจะดูสว่างขึ้น เย็นขึ้น ใช้ไฟน้อยลง และไม่ต้องเปิดแอร์หนักตลอดเวลา
บทความนี้ บ้านสร้างตัวจะพามาดูวิธีเลือกหลอดไฟ ผ้าม่าน และสีผนังให้บ้านประหยัดขึ้น เหมาะกับคนที่กำลังแต่งบ้านหลังแรก คอนโด บ้านมือสอง หรือบ้านใหม่ที่อยากอยู่สบายและคุมค่าไฟในระยะยาว
ทำไมหลอดไฟ ผ้าม่าน และสีผนังถึงช่วยให้บ้านประหยัดขึ้นได้?
บ้านที่ประหยัดไม่ได้เกิดจากการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟอย่างเดียว แต่เกิดจากการจัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้ใช้พลังงานน้อยลงด้วย
ตัวอย่างง่าย ๆ คือ
ถ้าบ้านมืดเกินไป เราต้องเปิดไฟบ่อย
ถ้าบ้านร้อนเกินไป เราต้องเปิดแอร์แรงขึ้น
ถ้าผ้าม่านกันแดดไม่ได้ ความร้อนจะเข้าบ้านมาก
ถ้าสีผนังทึบเกินไป ห้องจะดูอึดอัดและต้องใช้แสงไฟเพิ่ม
ดังนั้นการเลือกหลอดไฟ ผ้าม่าน และสีผนังให้เหมาะตั้งแต่แรก จะช่วยให้บ้านอยู่สบายขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้
1. เลือกหลอดไฟ LED แทนหลอดแบบเก่า
ถ้าอยากให้บ้านประหยัดขึ้น จุดแรกที่ควรเริ่มคือการเลือกใช้ หลอดไฟ LED เพราะใช้พลังงานน้อยกว่า ให้แสงสว่างดี และมีอายุการใช้งานยาวกว่าเมื่อเทียบกับหลอดไฟแบบเก่าหลายประเภท
ข้อดีของหลอดไฟ LED คือ
- ประหยัดไฟกว่า
- อายุการใช้งานนาน
- ความร้อนน้อย
- มีหลายโทนแสงให้เลือก
- เหมาะกับทุกพื้นที่ในบ้าน
- ช่วยลดค่าไฟระยะยาว
โดยเฉพาะบ้านที่มีไฟหลายจุด เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว ทางเดิน หน้าบ้าน และห้องน้ำ การเปลี่ยนเป็น LED จะช่วยให้ใช้ไฟได้คุ้มขึ้นมาก
2. เลือกกำลังวัตต์ให้เหมาะกับพื้นที่
หลายคนเข้าใจว่าหลอดไฟยิ่งวัตต์สูงยิ่งดี แต่จริง ๆ แล้วควรเลือกให้เหมาะกับขนาดห้องและการใช้งาน
ถ้าหลอดสว่างเกินไป ห้องอาจแสบตาและเปลืองไฟโดยไม่จำเป็น
ถ้าหลอดสว่างน้อยเกินไป อาจต้องเปิดไฟหลายดวงแทน ทำให้เปลืองไฟเหมือนกัน
ตัวอย่างการเลือกแสงแบบง่าย ๆ
- ห้องนอน ใช้แสงนุ่ม ไม่ต้องสว่างจ้ามาก
- ห้องนั่งเล่น ใช้แสงสว่างพอดีและอบอุ่น
- ห้องครัว ใช้แสงชัด มองเห็นง่าย
- ห้องทำงาน ใช้แสงสว่างพอ ไม่ทำให้ปวดตา
- ห้องน้ำ ใช้แสงชัดเพื่อความปลอดภัย
- ทางเดิน ใช้ไฟพอเห็นทาง ไม่ต้องสว่างเกินไป
การเลือกหลอดไฟให้พอดี จะช่วยให้บ้านสว่างสบายตาและไม่ใช้ไฟเกินจำเป็น
3. เลือกโทนแสงให้เหมาะกับแต่ละห้อง
โทนแสงมีผลกับความรู้สึกของบ้านมาก และยังช่วยให้เราใช้พื้นที่ได้เหมาะขึ้น
โทนแสงหลัก ๆ มี 3 แบบ
แสงวอร์มไวท์
เป็นแสงออกเหลืองนวล ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เหมาะกับห้องนอน ห้องนั่งเล่น มุมพักผ่อน หรือมุมคาเฟ่ในบ้าน
แสงคูลไวท์
เป็นแสงขาวนวล สว่างกำลังดี เหมาะกับห้องนั่งเล่น ห้องแต่งตัว ห้องน้ำ หรือพื้นที่ใช้งานทั่วไป
แสงเดย์ไลท์
เป็นแสงขาวชัด เหมาะกับห้องครัว ห้องทำงาน มุมอ่านหนังสือ หรือจุดที่ต้องการมองเห็นรายละเอียดชัดเจน
ถ้าเลือกโทนแสงถูก บ้านจะใช้งานสบายขึ้น และไม่จำเป็นต้องเปิดไฟหลายดวงเพื่อชดเชยแสงที่ไม่เหมาะ
4. ใช้ไฟเฉพาะจุดแทนการเปิดไฟทั้งห้อง
อีกวิธีที่ช่วยประหยัดไฟคือการใช้ไฟเฉพาะจุด เช่น โคมไฟอ่านหนังสือ ไฟหัวเตียง ไฟใต้ตู้ครัว หรือไฟโต๊ะทำงาน แทนการเปิดไฟหลักทั้งห้องตลอดเวลา
ตัวอย่างเช่น
- อ่านหนังสือ ใช้โคมไฟตั้งโต๊ะ
- ทำอาหาร ใช้ไฟใต้ตู้ครัว
- ดูทีวี ใช้ไฟมุมห้องแทนไฟเพดาน
- เข้านอน ใช้ไฟหัวเตียง
- เดินกลางคืน ใช้ไฟทางเดินกำลังต่ำ
ไฟเฉพาะจุดช่วยให้ใช้แสงเท่าที่จำเป็น และยังทำให้บ้านดูมีบรรยากาศมากขึ้นด้วย
5. ใช้สวิตช์แยกโซน
ถ้ากำลังรีโนเวทบ้านหรือแต่งบ้านใหม่ ควรวางระบบสวิตช์ไฟให้แยกเป็นโซน ไม่ควรเปิดสวิตช์เดียวแล้วไฟติดทั้งห้อง
ตัวอย่างเช่น ห้องนั่งเล่นอาจแยกเป็น
- ไฟหลักกลางห้อง
- ไฟมุมโซฟา
- ไฟทีวี
- ไฟตกแต่ง
- ไฟทางเดิน
การแยกโซนช่วยให้เปิดไฟเฉพาะจุดที่ใช้จริง ประหยัดกว่า และใช้งานยืดหยุ่นกว่า
6. เลือกผ้าม่านให้ช่วยกันแดดและลดความร้อน
ผ้าม่านไม่ได้มีหน้าที่แค่บังสายตาหรือแต่งบ้านให้สวย แต่ช่วยลดความร้อนจากแดดได้ด้วย โดยเฉพาะบ้านหรือคอนโดที่มีหน้าต่างรับแดดช่วงบ่าย
ถ้าเลือกผ้าม่านไม่เหมาะ แดดจะเข้าห้องมาก ทำให้ห้องร้อนขึ้น และต้องเปิดแอร์แรงขึ้น
ผ้าม่านที่ช่วยให้บ้านประหยัดขึ้นควรมีคุณสมบัติ เช่น
- กันแดดได้ดี
- ลดความร้อนจากภายนอก
- ช่วยบังแสงในช่วงแดดแรง
- ไม่ทำให้ห้องมืดทึบเกินไป
- เข้ากับทิศทางแดดของบ้าน
บ้านที่ห้องเย็นขึ้น จะช่วยให้แอร์ทำงานน้อยลงและอยู่สบายขึ้น
7. เลือกผ้าม่าน Blackout สำหรับห้องที่โดนแดดแรง
ผ้าม่าน Blackout คือผ้าม่านที่ช่วยกันแสงได้มาก เหมาะกับห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องที่โดนแดดจัด โดยเฉพาะแดดบ่ายที่ทำให้ห้องร้อนสะสม
ข้อดีของผ้าม่าน Blackout คือ
- กันแสงได้ดี
- ช่วยลดความร้อน
- เพิ่มความเป็นส่วนตัว
- เหมาะกับห้องนอน
- ช่วยให้เปิดแอร์แล้วห้องเย็นเร็วขึ้น
แต่ถ้าใช้ทั้งบ้านอาจทำให้บ้านมืดเกินไป ควรเลือกใช้เฉพาะห้องที่จำเป็น เช่น ห้องนอนหรือห้องที่โดนแดดแรงจริง ๆ
8. ใช้ม่าน 2 ชั้น เพื่อปรับแสงได้ยืดหยุ่น
ม่าน 2 ชั้นเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับบ้านที่อยากได้ทั้งแสงธรรมชาติและความเป็นส่วนตัว โดยทั่วไปจะมีม่านโปร่ง 1 ชั้น และม่านทึบอีก 1 ชั้น
ข้อดีของม่าน 2 ชั้นคือ
- ตอนกลางวันใช้ม่านโปร่งให้แสงเข้าบ้าน
- ตอนแดดแรงใช้ม่านทึบกันความร้อน
- ตอนกลางคืนปิดม่านทึบเพื่อความเป็นส่วนตัว
- ช่วยให้บ้านดูนุ่มนวลและน่าอยู่ขึ้น
- ควบคุมแสงได้ดีกว่าม่านชั้นเดียว
ม่าน 2 ชั้นเหมาะกับห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องที่ต้องการบรรยากาศอบอุ่นแต่ยังประหยัดพลังงาน
9. เลือกสีผ้าม่านให้ช่วยสะท้อนความร้อน
สีของผ้าม่านก็มีผลต่อความรู้สึกและความร้อนในห้อง
โดยทั่วไป ผ้าม่านสีอ่อนจะช่วยให้ห้องดูโปร่ง สว่าง และไม่ดูอึดอัด เช่น
- สีขาว
- สีครีม
- สีเบจ
- สีเทาอ่อน
- สีฟ้าอ่อน
- สีเขียวอ่อน
ส่วนผ้าม่านสีเข้มอาจช่วยกันแสงได้ดี แต่บางกรณีอาจทำให้ห้องดูทึบและร้อนขึ้นถ้าเลือกผ้าไม่เหมาะ
ถ้าชอบผ้าม่านสีเข้ม ควรเลือกเนื้อผ้าที่กันร้อนดี และใช้ในห้องที่ต้องการความมืด เช่น ห้องนอน
10. เลือกผ้าม่านตามทิศทางแดด
ก่อนติดผ้าม่าน ควรดูว่าหน้าต่างแต่ละบานรับแดดช่วงไหน เพราะแต่ละทิศได้รับแสงไม่เท่ากัน
หน้าต่างทิศตะวันออก
ได้รับแดดช่วงเช้า แสงไม่แรงเท่าช่วงบ่าย อาจใช้ม่านโปร่งคู่กับม่านทึบปานกลาง
หน้าต่างทิศตะวันตก
ได้รับแดดบ่าย ซึ่งร้อนมาก ควรใช้ผ้าม่านกันแดดดี หรือม่าน Blackout
หน้าต่างทิศใต้
บางช่วงอาจโดนแดดนาน ควรเลือกม่านที่ช่วยลดความร้อนและยังเปิดรับแสงได้บางเวลา
หน้าต่างทิศเหนือ
มักได้รับแสงนุ่มกว่า อาจใช้ม่านโปร่งหรือม่านสีอ่อน เพื่อให้บ้านสว่างขึ้น
การเลือกผ้าม่านตามทิศทางแดด จะช่วยให้บ้านเย็นขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งแอร์อย่างเดียว
11. เลือกสีผนังอ่อนเพื่อให้บ้านสว่างขึ้น
สีผนังมีผลต่อความสว่างของบ้านมาก ถ้าผนังเป็นสีเข้ม ห้องอาจดูมืดและต้องเปิดไฟบ่อยขึ้น แต่ถ้าใช้สีอ่อน ห้องจะสะท้อนแสงได้ดีขึ้น ทำให้บ้านดูสว่างและกว้างขึ้น
สีผนังที่ช่วยให้บ้านดูสว่างและประหยัดไฟ เช่น
- สีขาว
- สีครีม
- สีเบจ
- สีเทาอ่อน
- สีฟ้าอ่อน
- สีเขียวอ่อน
- สีไม้ธรรมชาติ
สีอ่อนเหมาะมากกับบ้านพื้นที่จำกัด คอนโด หรือห้องที่แสงธรรมชาติเข้าไม่มาก เพราะช่วยให้ห้องไม่อึดอัดและไม่ต้องเปิดไฟตลอดวัน
12. ใช้สีโทนเย็นช่วยให้บ้านรู้สึกเย็นขึ้น
นอกจากสีอ่อนแล้ว สีโทนเย็นยังช่วยให้บ้านรู้สึกสบายและผ่อนคลายขึ้น เช่น สีฟ้าอ่อน สีเขียวอ่อน สีเทาอมฟ้า หรือสีขาวอมเทา
สีเหล่านี้เหมาะกับ
- ห้องนอน
- ห้องนั่งเล่น
- มุมทำงาน
- มุมพักผ่อน
- บ้านที่ต้องการบรรยากาศสงบ
แม้สีผนังจะไม่ได้ลดอุณหภูมิจริงแบบเครื่องปรับอากาศ แต่มีผลต่อความรู้สึกของคนอยู่บ้าน ทำให้บ้านดูเย็น โปร่ง และสบายตาขึ้น
13. เลี่ยงสีเข้มทั้งห้อง ถ้าบ้านเล็กหรือแสงน้อย
สีเข้ม เช่น ดำ น้ำตาลเข้ม เทาเข้ม หรือกรมท่า สามารถทำให้บ้านดูสวยและมีสไตล์ได้ แต่ถ้าใช้ทั้งห้องในบ้านเล็กหรือห้องที่แสงน้อย อาจทำให้ห้องดูแคบ อึดอัด และต้องเปิดไฟเพิ่ม
ถ้าชอบสีเข้ม แนะนำให้ใช้แบบพอดี เช่น
- ทาเป็นผนังด้านเดียว
- ใช้กับเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น
- ใช้เป็นสีตกแต่ง
- ใช้คู่กับสีขาวหรือครีม
- ใช้ในห้องที่มีแสงธรรมชาติเพียงพอ
วิธีนี้จะได้ความสวยของสีเข้ม โดยไม่ทำให้บ้านมืดหรือเปลืองไฟเกินไป
14. เลือกสีภายนอกบ้านให้ช่วยลดความร้อน
ถ้าเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือบ้านมือสองที่กำลังทาสีใหม่ สีภายนอกบ้านก็สำคัญ เพราะผนังด้านนอกต้องเจอแดดโดยตรง
สีภายนอกที่สว่างหรือโทนอ่อนมักช่วยให้บ้านดูไม่อมความร้อนมากเกินไป เช่น
- ขาวนวล
- ครีม
- เบจ
- เทาอ่อน
- ฟ้าอ่อน
- เขียวอ่อน
ถ้าบ้านโดนแดดจัด อาจเลือกสีทาภายนอกที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนร่วมด้วย เพื่อช่วยให้บ้านไม่ร้อนสะสมมากเกินไป
15. ใช้สีผนังให้เข้ากับแสงไฟและผ้าม่าน
หลอดไฟ ผ้าม่าน และสีผนังไม่ควรเลือกแยกกัน เพราะทั้ง 3 อย่างทำงานร่วมกันในบรรยากาศบ้าน
ตัวอย่างเช่น
- ผนังสีครีม + ไฟวอร์มไวท์ + ม่านสีเบจ = บ้านอบอุ่น
- ผนังสีขาว + ไฟคูลไวท์ + ม่านโปร่ง = บ้านสว่าง โปร่ง
- ผนังสีฟ้าอ่อน + ไฟนุ่ม + ม่านสีขาว = บ้านเย็น สบายตา
- ผนังสีเทาอ่อน + ไฟเดย์ไลท์เฉพาะจุด = บ้านเรียบ ใช้งานดี
ถ้าเลือกให้เข้ากัน บ้านจะดูสวยขึ้น ใช้งานสบายขึ้น และไม่ต้องใช้ไฟหรือแอร์เกินจำเป็น
16. เปิดรับแสงธรรมชาติให้ถูกเวลา
การใช้แสงธรรมชาติช่วยประหยัดไฟได้มาก แต่ต้องใช้ให้ถูกช่วงเวลา
ช่วงเช้า แสงธรรมชาติมักนุ่มและไม่ร้อนมาก เหมาะกับการเปิดม่านให้บ้านสว่าง
ช่วงเที่ยงถึงบ่าย แดดอาจแรงและทำให้บ้านร้อน ควรปิดม่านบางส่วนหรือใช้ม่านกันแดด
ช่วงเย็น เปิดหน้าต่างรับลมถ้าสภาพอากาศเหมาะ จะช่วยระบายความร้อนในบ้าน
หลักง่าย ๆ คือ เปิดรับแสงเมื่อแสงช่วยให้บ้านสว่าง แต่ปิดกันแดดเมื่อแดดทำให้บ้านร้อนเกินไป
17. จัดเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้บังแสง
บางบ้านมีหน้าต่างดี แสงเข้าได้ แต่เฟอร์นิเจอร์บังจนห้องมืด เช่น ตู้สูงบังหน้าต่าง โซฟาบังช่องแสง หรือชั้นวางของบังประตูบานเลื่อน
ควรจัดบ้านให้แสงธรรมชาติเข้าได้ง่าย เช่น
- ไม่วางตู้สูงบังหน้าต่าง
- ใช้เฟอร์นิเจอร์เตี้ยใกล้ช่องแสง
- ใช้ผ้าม่านโปร่งในจุดที่ต้องการแสง
- ใช้กระจกช่วยสะท้อนแสง
- เว้นพื้นที่หน้าต่างให้โล่ง
บ้านที่รับแสงได้ดีจะดูโปร่งขึ้น และช่วยลดการเปิดไฟในเวลากลางวัน
18. เลือกวัสดุที่ทำความสะอาดง่าย
ความประหยัดไม่ได้มีแค่ค่าไฟ แต่รวมถึงค่าดูแลบ้านด้วย หลอดไฟ ผ้าม่าน และสีผนังควรเลือกแบบดูแลง่าย เพื่อไม่ให้ต้องเปลี่ยนบ่อย
ตัวอย่างเช่น
- หลอดไฟคุณภาพดี อายุใช้งานนาน
- ผ้าม่านถอดซักง่ายหรือทำความสะอาดง่าย
- สีผนังเช็ดคราบได้
- สีทาภายนอกทนแดดทนฝน
- ผ้าม่านไม่อมฝุ่นมากเกินไป
ของที่ดูแลง่ายช่วยประหยัดเวลา ประหยัดค่าซ่อม และทำให้บ้านดูใหม่ได้นานขึ้น
19. บ้านเล็กควรเลือกยังไงให้ประหยัดและดูกว้าง
ถ้าเป็นบ้านเล็กหรือคอนโด แนะนำให้เลือกแบบนี้
- ใช้สีผนังโทนอ่อน
- ใช้ผ้าม่านสีอ่อนหรือม่านโปร่ง
- ใช้ไฟ LED
- ใช้ไฟเฉพาะจุดแทนไฟหลายดวง
- ไม่ใช้ผ้าม่านหนาทึบทั้งห้องถ้าไม่จำเป็น
- ใช้กระจกหรือพื้นผิวสะท้อนแสงเล็กน้อย
- จัดเฟอร์นิเจอร์ไม่บังหน้าต่าง
วิธีนี้จะช่วยให้บ้านเล็กดูโปร่งขึ้น สว่างขึ้น และไม่ต้องใช้ไฟมากเกินไป
20. บ้านที่โดนแดดบ่ายควรเลือกอะไรเป็นพิเศษ?
บ้านหรือห้องที่โดนแดดบ่ายมักร้อนสะสมมากกว่าปกติ ควรเลือกของแต่งบ้านที่ช่วยลดความร้อนเป็นพิเศษ
แนะนำให้ใช้
- ผ้าม่าน Blackout
- ม่าน 2 ชั้น
- ฟิล์มกรองแสงที่หน้าต่าง
- สีผนังโทนอ่อน
- สีภายนอกสะท้อนความร้อน
- ต้นไม้ช่วยบังแดด
- ไฟ LED ที่ไม่เพิ่มความร้อนมาก
- พัดลมช่วยให้อากาศไหลเวียน
ถ้าคุมแดดบ่ายได้ บ้านจะเย็นขึ้นและเปิดแอร์น้อยลง
เช็กลิสต์เลือกหลอดไฟ ผ้าม่าน และสีผนังให้บ้านประหยัดขึ้น
ก่อนแต่งบ้าน ลองเช็กตามนี้
- ใช้หลอดไฟ LED แล้วหรือยัง
- เลือกโทนแสงเหมาะกับแต่ละห้องไหม
- มีไฟเฉพาะจุดในมุมที่ใช้งานจริงหรือเปล่า
- สวิตช์ไฟแยกโซนหรือไม่
- ห้องที่โดนแดดแรงมีม่านกันแดดไหม
- ผ้าม่านเลือกตามทิศทางแดดหรือยัง
- สีผนังช่วยให้บ้านสว่างขึ้นไหม
- บ้านเล็กใช้สีเข้มมากเกินไปหรือเปล่า
- เฟอร์นิเจอร์บังแสงธรรมชาติหรือไม่
- วัสดุที่เลือกดูแลง่ายและใช้งานได้นานไหม
สรุป เลือกหลอดไฟ ผ้าม่าน และสีผนังให้ดี บ้านประหยัดขึ้นได้จริง
การทำให้บ้านประหยัดขึ้น ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการรีโนเวทใหญ่เสมอไป แค่เลือกหลอดไฟ ผ้าม่าน และสีผนังให้เหมาะ ก็ช่วยให้บ้านสว่างขึ้น เย็นขึ้น และใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ามากขึ้นได้
หลอดไฟ LED ช่วยประหยัดไฟ
ผ้าม่านที่เหมาะช่วยลดความร้อน
สีผนังโทนอ่อนช่วยให้บ้านดูสว่างและโปร่งขึ้น
เมื่อทั้ง 3 อย่างทำงานร่วมกัน บ้านจะอยู่สบายขึ้น เปิดไฟน้อยลง เปิดแอร์เบาลง และช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
สำหรับคนที่กำลังแต่งบ้านหลังแรก คอนโด หรือบ้านมือสอง อย่ามองข้ามรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ เพราะบางครั้งความประหยัดเริ่มจากการเลือกของให้เหมาะตั้งแต่วันแรก
บ้านสร้างตัว ช่วยให้การเริ่มต้นมีบ้านคุ้มค่าขึ้น
สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านหลังแรก บ้านมือสอง บ้านพร้อมอยู่ หรือคอนโดในงบที่เข้าถึงได้ บ้านสร้างตัวพร้อมช่วยคัดสรรตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งราคา ทำเล และการอยู่อาศัยจริง
เพราะบ้านที่ดีไม่ใช่แค่ซื้อได้ แต่ควรอยู่แล้วสบาย คุมค่าใช้จ่ายได้ และช่วยให้ชีวิตระยะยาวมั่นคงขึ้น
FAQ คำถามที่พบบ่อย
เลือกหลอดไฟแบบไหนให้ประหยัดไฟ?
ควรเลือกหลอดไฟ LED เพราะใช้ไฟน้อย อายุการใช้งานนาน และมีหลายโทนแสงให้เลือก เหมาะกับทั้งบ้านและคอนโด
ผ้าม่านแบบไหนช่วยให้บ้านเย็นขึ้น?
ผ้าม่านกันแดดหรือผ้าม่าน Blackout เหมาะกับห้องที่โดนแดดแรง โดยเฉพาะหน้าต่างทิศตะวันตกหรือห้องที่ร้อนช่วงบ่าย
สีผนังแบบไหนช่วยให้บ้านประหยัดไฟ?
สีผนังโทนอ่อน เช่น ขาว ครีม เบจ เทาอ่อน ฟ้าอ่อน หรือเขียวอ่อน ช่วยสะท้อนแสง ทำให้บ้านดูสว่างขึ้น และลดการเปิดไฟในเวลากลางวัน
บ้านเล็กควรเลือกสีผนังแบบไหน?
บ้านเล็กควรเลือกสีอ่อนและสบายตา เพราะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น โปร่งขึ้น และไม่อึดอัด
ม่าน 2 ชั้นคุ้มไหม?
คุ้มสำหรับห้องที่ต้องการทั้งแสงธรรมชาติและการกันแดด เพราะสามารถใช้ม่านโปร่งในตอนกลางวัน และใช้ม่านทึบเมื่อแดดแรงหรือช่วงกลางคืน