เฟอร์นิเจอร์แบบไหนเหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง?
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นน้องหมา น้องแมว หรือสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ไม่ควรดูแค่ความสวยอย่างเดียว แต่ต้องคิดถึงความทนทาน ความปลอดภัย การทำความสะอาด และพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงในบ้านด้วย
เพราะเฟอร์นิเจอร์บางแบบอาจดูสวยมากในโชว์รูม แต่พอมาอยู่ในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงจริง อาจเกิดปัญหาเร็ว เช่น ขนติดโซฟา รอยเล็บบนผ้า กลิ่นฝังในเบาะ พรมสกปรกง่าย โต๊ะมีมุมแหลม ชั้นวางของล้มง่าย หรือวัสดุบางชนิดถูกกัดแล้วเสียหาย
ดังนั้น หากอยากให้บ้านสวยและอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างสบายใจ ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ “สวยแบบใช้งานจริง” ไม่ใช่สวยแค่ตอนถ่ายรูป
บทความนี้ บ้านสร้างตัวสรุปวิธีเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่โซฟา โต๊ะ ตู้ เตียง พรม วัสดุ สี ไปจนถึงการจัดบ้านให้ปลอดภัยและดูแลง่าย
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์จากอะไร?
ก่อนเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ควรเริ่มจากพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงในบ้านก่อน เพราะน้องหมาและน้องแมวแต่ละตัวมีนิสัยไม่เหมือนกัน
ลองถามตัวเองก่อนว่า
- สัตว์เลี้ยงชอบขึ้นโซฟาหรือไม่
- มีปัญหาขนร่วงเยอะไหม
- ชอบข่วนเฟอร์นิเจอร์หรือเปล่า
- ชอบกัดขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ หรือสายไฟไหม
- ชอบวิ่งเล่นในบ้านหรือไม่
- มีอุบัติเหตุฉี่หรืออาเจียนบนพื้นไหม
- เป็นสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ตัวใหญ่ หรือหลายตัว
- มีเด็กอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงด้วยหรือไม่
- บ้านมีพื้นที่ให้น้องพักผ่อนแยกเป็นสัดส่วนหรือยัง
เมื่อรู้พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงแล้ว จะเลือกเฟอร์นิเจอร์ได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่ซื้อจากความสวยเพียงอย่างเดียว
1. โซฟาผ้าไมโครไฟเบอร์ เหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
โซฟาเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่สัตว์เลี้ยงมักใช้งานร่วมกับคนมากที่สุด ไม่ว่าจะนอนเล่น กระโดดขึ้นลง หรือทิ้งขนไว้บนเบาะ วัสดุโซฟาจึงสำคัญมาก
ผ้าไมโครไฟเบอร์เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เพราะเนื้อผ้าค่อนข้างแน่น ขนสัตว์ไม่ฝังลึกเท่าผ้าบางชนิด ทำความสะอาดง่าย และให้สัมผัสนุ่มสบาย
ข้อดีของโซฟาไมโครไฟเบอร์
- ขนสัตว์เกาะน้อยกว่าผ้าทอหยาบบางชนิด
- เช็ดคราบได้ง่ายกว่า
- เนื้อผ้าแน่น ลดโอกาสเล็บเกี่ยว
- นั่งสบาย
- มีหลายสีและหลายสไตล์
- ราคามักเข้าถึงง่ายกว่าหนังแท้
เหมาะกับบ้านที่มีน้องหมาหรือน้องแมวที่ชอบขึ้นโซฟา แต่ควรเลือกสีที่ไม่อ่อนเกินไป และควรใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือลูกกลิ้งเก็บขนเป็นประจำ
2. โซฟาหนังเทียมหรือหนังแท้ เหมาะกับคนที่อยากเช็ดง่าย
โซฟาหนังหรือหนังเทียมเป็นอีกตัวเลือกที่หลายบ้านมีสัตว์เลี้ยงชอบ เพราะขนสัตว์ไม่ฝังในเนื้อผ้า เช็ดทำความสะอาดง่าย และไม่อมกลิ่นเท่าผ้าบางชนิด
ข้อดีของโซฟาหนัง
- ขนสัตว์ไม่ติดลึก
- เช็ดคราบได้ง่าย
- ไม่อมกลิ่นง่าย
- ดูเรียบหรู
- เหมาะกับบ้านที่ต้องการความสะอาดง่าย
ข้อควรระวังคือ หากสัตว์เลี้ยงมีเล็บคม ชอบกระโดดแรง หรือชอบข่วน โซฟาหนังอาจเกิดรอยได้ง่าย โดยเฉพาะหนังผิวเรียบและสีเข้มที่เห็นรอยชัด
ถ้าเลือกโซฟาหนังสำหรับบ้านมีสัตว์เลี้ยง ควรเลือกหนังที่ทนรอย ใช้ผ้าคลุมบางส่วนในจุดที่น้องชอบนอน และหมั่นตัดเล็บสัตว์เลี้ยงให้เหมาะสม
3. ผ้า Performance Fabric เหมาะกับบ้านที่อยากได้ความสวยและความทน
Performance fabric คือผ้าหุ้มเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบมาให้ทนต่อการใช้งานมากขึ้น เช่น กันคราบ เช็ดง่าย สีไม่ซีดง่าย หรือทนการเสียดสีได้ดี เหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงและยังอยากให้บ้านดูสวยมีสไตล์
ข้อดีของผ้า performance fabric
- ทนคราบได้ดีกว่าผ้าทั่วไป
- เช็ดทำความสะอาดง่าย
- มีลายและสีให้เลือกเยอะ
- เหมาะกับบ้านที่ใช้งานหนัก
- ดูสวยกว่าผ้าคลุมพลาสติกหรือวัสดุแข็ง ๆ
- เหมาะกับโซฟา เก้าอี้ และเบาะนั่ง
ถ้างบถึง ผ้ากลุ่มนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เพราะช่วยให้บ้านยังดูสวย แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องคราบหรือขนมากเกินไป
4. หลีกเลี่ยงผ้าขนฟู ผ้าทอหยาบ และผ้าที่เกี่ยวเล็บง่าย
เฟอร์นิเจอร์บางวัสดุไม่เหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เพราะทำความสะอาดยาก ขนติดง่าย หรือเล็บเกี่ยวจนเสียหายได้เร็ว
วัสดุที่ควรระวัง ได้แก่
- ผ้ากำมะหยี่ขนยาวบางชนิด
- ผ้าทอหยาบ
- ผ้าลินินบาง
- ผ้าไหม
- ผ้าขนฟู
- ผ้าลายถักหลวม
- เบาะที่มีร่องลึกเยอะ
- พรมขนยาว
วัสดุเหล่านี้อาจดูสวยและให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ถ้ามีน้องหมาน้องแมวที่ขนร่วงเยอะหรือชอบข่วน อาจกลายเป็นจุดสะสมขน ฝุ่น กลิ่น และรอยเล็บได้ง่าย
5. เลือกโซฟาแบบถอดปลอกซักได้
ถ้าอยากใช้โซฟาผ้าในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ควรเลือกแบบที่ถอดปลอกซักได้ เพราะช่วยให้ดูแลง่ายกว่าโซฟาที่หุ้มตายทั้งตัว
ข้อดีของโซฟาถอดปลอกได้
- ซักทำความสะอาดได้
- เปลี่ยนปลอกใหม่ได้เมื่อเก่า
- ลดปัญหากลิ่นสะสม
- เหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหลายตัว
- ช่วยยืดอายุโซฟา
- เปลี่ยนสีหรือสไตล์บ้านได้ง่าย
ควรเลือกปลอกผ้าที่ซักได้จริง แห้งง่าย และไม่หดง่ายหลังซัก รวมถึงควรมีปลอกสำรองไว้สลับใช้ เพื่อไม่ให้บ้านขาดโซฟาระหว่างซัก
6. เลือกสีเฟอร์นิเจอร์ให้พรางขนสัตว์และคราบได้ดี
สีเฟอร์นิเจอร์มีผลกับความรู้สึกสะอาดมาก บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงไม่จำเป็นต้องใช้สีเข้มทั้งหมด แต่ควรหลีกเลี่ยงสีที่เห็นขนและคราบชัดเกินไป
แนวทางเลือกสีคือ
- ถ้าสัตว์เลี้ยงขนสีอ่อน เลือกเฟอร์นิเจอร์โทนกลางหรือเบจ
- ถ้าสัตว์เลี้ยงขนสีเข้ม เลือกเทา น้ำตาล หรือโทนเข้มพอดี
- เลือกผ้าลายเล็ก ๆ เพื่อช่วยพรางขน
- หลีกเลี่ยงสีขาวล้วนหากน้องขึ้นโซฟาบ่อย
- หลีกเลี่ยงสีดำสนิทถ้าน้องขนสีอ่อน
- ใช้หมอนหรือผ้าคลุมที่ถอดซักง่ายช่วยเสริม
สีที่เหมาะกับบ้านมีสัตว์เลี้ยงมักเป็นสีโทนกลาง เช่น เทา เบจ น้ำตาล ครีมเข้ม เขียวหม่น น้ำเงินหม่น หรือโทนไม้ธรรมชาติ เพราะดูอบอุ่นและไม่เห็นคราบชัดเกินไป
7. โต๊ะควรเลือกมุมมน ลดโอกาสชนเจ็บ
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะน้องหมาที่วิ่งเล่นในบ้าน หรือแมวที่ชอบกระโดดขึ้นลง ควรเลือกโต๊ะที่มีมุมมนมากกว่ามุมแหลม
เฟอร์นิเจอร์ที่ควรเลือกมุมมน ได้แก่
- โต๊ะกลาง
- โต๊ะข้างโซฟา
- โต๊ะกินข้าว
- ชั้นวางเตี้ย
- โต๊ะทำงานในพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงวิ่งผ่าน
- ม้านั่งหรือเก้าอี้ยาว
มุมมนช่วยลดโอกาสบาดเจ็บจากการชน ทั้งกับสัตว์เลี้ยง เด็ก และคนในบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีพื้นที่จำกัดหรือมีสัตว์เลี้ยงตัวเล็กที่วิ่งเร็ว
8. หลีกเลี่ยงโต๊ะกระจกบางหรือเฟอร์นิเจอร์แตกง่าย
โต๊ะกระจกอาจดูสวยและทำให้บ้านโปร่ง แต่ถ้าบ้านมีสัตว์เลี้ยงที่ชอบกระโดด วิ่งเล่น หรือชนของง่าย ควรระวังเป็นพิเศษ
เฟอร์นิเจอร์ที่ควรหลีกเลี่ยงหรือเลือกอย่างระวัง ได้แก่
- โต๊ะกระจกบาง
- ชั้นวางกระจก
- แจกันแก้ววางต่ำ
- ของตกแต่งแตกง่าย
- โคมไฟตั้งพื้นน้ำหนักเบา
- ชั้นวางของที่ไม่มั่นคง
หากต้องการใช้กระจกจริง ควรเลือกกระจกนิรภัยและโครงสร้างที่แข็งแรง ไม่วางในจุดที่สัตว์เลี้ยงวิ่งชนง่าย และไม่วางของแตกง่ายไว้ริมขอบโต๊ะ
9. ตู้และชั้นวางของควรปิดได้หรือยึดผนังให้มั่นคง
บ้านที่มีแมวหรือสัตว์เลี้ยงชอบปีนป่าย ควรเลือกตู้เก็บของแบบมีบานปิดมากกว่าชั้นเปิดทั้งหมด เพราะช่วยลดโอกาสของตก แตก หรือสัตว์เลี้ยงคาบของเล่นผิดประเภทไปกัด
เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะคือ
- ตู้บานปิด
- ตู้ลิ้นชัก
- ชั้นวางที่ยึดผนัง
- ตู้ทีวีที่เก็บสายไฟได้
- ตู้เก็บอาหารสัตว์แบบปิดสนิท
- ตู้เก็บน้ำยาและของใช้ที่สัตว์เลี้ยงเปิดไม่ได้ง่าย
ถ้าใช้ชั้นวางสูง ควรยึดเข้าผนังให้มั่นคง เพื่อป้องกันการล้มเมื่อสัตว์เลี้ยงกระโดดหรือปีนขึ้นไป
10. เตียงควรเลือกฐานแข็งแรงและทำความสะอาดใต้เตียงง่าย
ถ้าสัตว์เลี้ยงชอบนอนบนเตียงหรือชอบมุดใต้เตียง ควรเลือกเตียงที่ดูแลง่ายและปลอดภัย
แนวทางเลือกเตียงสำหรับบ้านมีสัตว์เลี้ยง
- เลือกฐานเตียงแข็งแรง
- หลีกเลี่ยงช่องใต้เตียงที่ทำความสะอาดยาก
- ถ้าใต้เตียงโล่ง ควรให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเข้าได้
- ถ้ามีลิ้นชักใต้เตียง ควรปิดสนิท
- เลือกผ้าปูที่ซักง่าย
- ใช้ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน
- เลือกหัวเตียงวัสดุที่ไม่เก็บขนมากเกินไป
สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงขนร่วง ควรซักผ้าปูและดูดฝุ่นบริเวณเตียงสม่ำเสมอ เพื่อให้ห้องนอนสะอาดและลดกลิ่นสะสม
11. พรมควรเลือกขนสั้น ซักง่าย และไม่ลื่น
พรมช่วยให้บ้านดูอบอุ่น แต่บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงต้องเลือกพรมอย่างระวัง เพราะพรมบางแบบกลายเป็นแหล่งสะสมขน ฝุ่น กลิ่น และคราบได้ง่าย
พรมที่เหมาะกับบ้านมีสัตว์เลี้ยง
- พรมขนสั้น
- พรมซักได้
- พรม outdoor ที่ทนและล้างง่าย
- พรมลายพรางคราบ
- พรมแผ่นที่เปลี่ยนเฉพาะจุดได้
- พรมที่มีแผ่นกันลื่นด้านล่าง
ควรหลีกเลี่ยง
- พรมขนยาว
- พรมฟูหนา
- พรมสีขาวล้วน
- พรมที่ดูดซับกลิ่นง่าย
- พรมที่เส้นใยหลุดง่าย
ถ้าสัตว์เลี้ยงยังเด็กหรือยังฝึกขับถ่ายไม่เรียบร้อย อาจงดใช้พรมใหญ่ก่อน แล้วค่อยเพิ่มภายหลังเมื่อบ้านพร้อมมากขึ้น
12. พื้นบ้านควรเข้ากับเฟอร์นิเจอร์และทนรอยเล็บ
แม้คำถามจะเป็นเรื่องเฟอร์นิเจอร์ แต่พื้นบ้านมีผลมากกับการอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยง เพราะสัตว์เลี้ยงวิ่ง กระโดด และนอนบนพื้นเป็นประจำ
พื้นและเฟอร์นิเจอร์ควรไปในทิศทางเดียวกัน คือดูแลง่าย ไม่ลื่น และทนต่อรอย
วัสดุพื้นที่เหมาะกับบ้านมีสัตว์เลี้ยง เช่น
- กระเบื้องผิวไม่ลื่น
- SPC คุณภาพดี
- ไวนิล
- พื้นลามิเนตที่ทนรอยในระดับเหมาะสม
- พื้นปูนขัดมันที่เคลือบผิวดี
- พื้นไม้ที่เคลือบป้องกันรอยอย่างเหมาะสม
ถ้าพื้นลื่นมาก สัตว์เลี้ยงอาจวิ่งแล้วลื่นล้มได้ ควรใช้พรมขนสั้นหรือแผ่นกันลื่นในจุดที่จำเป็น เช่น หน้าโซฟา ทางเดิน หรือใกล้เตียง
13. เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ยกสูงจากพื้นเล็กน้อย
เฟอร์นิเจอร์ที่ยกสูงจากพื้นช่วยให้ทำความสะอาดง่าย โดยเฉพาะบ้านที่มีขนสัตว์ ฝุ่น และเศษอาหารสัตว์สะสมใต้โซฟาหรือตู้
เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้
- โซฟาขายก
- ตู้ทีวีขายก
- โต๊ะข้างขายก
- เตียงที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเข้าได้
- ชั้นวางรองเท้าทำความสะอาดง่าย
ข้อดีคือช่วยให้กวาดหรือดูดฝุ่นใต้เฟอร์นิเจอร์ได้สะดวก ลดกลิ่นอับ และทำให้บ้านดูโปร่งขึ้นด้วย
แต่ถ้าสัตว์เลี้ยงชอบมุดซ่อนใต้เฟอร์นิเจอร์ ควรดูว่าช่องใต้เฟอร์นิเจอร์ปลอดภัย ไม่มีสายไฟ ของมีคม หรือจุดที่น้องติดค้างได้
14. มีมุมเฟอร์นิเจอร์ของสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ
การมีพื้นที่ของสัตว์เลี้ยงช่วยลดการขึ้นโซฟา เตียง หรือเฟอร์นิเจอร์หลักของบ้านได้บางส่วน เพราะน้องมีมุมที่รู้สึกปลอดภัยและเป็นของตัวเอง
เฟอร์นิเจอร์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ควรมี เช่น
- เบาะนอนสัตว์เลี้ยง
- บ้านแมวหรือคอนโดแมว
- ที่ลับเล็บแมว
- ชั้นปีนแมว
- เตียงน้องหมา
- กล่องเก็บของเล่น
- มุมชามอาหารและน้ำ
- ตู้เก็บอาหารสัตว์
- มุมอาบน้ำหรือเช็ดตัวใกล้ทางเข้า
ควรวางมุมสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเท ไม่โดนแดดแรงเกินไป ไม่ขวางทางเดิน และทำความสะอาดง่าย
15. บ้านที่มีแมวควรมีที่ลับเล็บก่อนซื้อโซฟาแพง
ถ้าเลี้ยงแมว การมีที่ลับเล็บเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะแมวมีพฤติกรรมลับเล็บตามธรรมชาติ หากไม่มีจุดที่เหมาะสม โซฟา ผ้าม่าน หรือพรมอาจกลายเป็นที่ลับเล็บแทน
ควรเตรียม
- เสาลับเล็บ
- แผ่นลับเล็บกระดาษ
- แผ่นลับเล็บเชือก
- คอนโดแมวที่มีจุดลับเล็บ
- มุมปีนป่ายหรือชั้นแมว
ควรวางที่ลับเล็บใกล้จุดที่แมวชอบอยู่ เช่น ใกล้โซฟา ใกล้หน้าต่าง หรือมุมพักผ่อน เพื่อให้น้องใช้จริง ไม่ใช่วางไว้ไกลจนไม่น่าสนใจ
16. บ้านที่มีหมาควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรงและไม่โยกง่าย
น้องหมาหลายตัว โดยเฉพาะพันธุ์กลางถึงใหญ่ อาจชนโต๊ะ กระโดดขึ้นโซฟา หรือพิงเฟอร์นิเจอร์แรงกว่าสัตว์ตัวเล็ก ดังนั้นควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มั่นคง
สิ่งที่ควรเลือก
- โซฟาโครงแข็งแรง
- โต๊ะกลางฐานมั่นคง
- ชั้นวางของไม่โยกง่าย
- เก้าอี้รับน้ำหนักดี
- เตียงสัตว์เลี้ยงขนาดพอดี
- ตู้เก็บของที่ปิดแน่น
- ประตูหรือรั้วกั้นบางจุดหากจำเป็น
หากน้องหมายังเด็กและชอบกัด ควรหลีกเลี่ยงเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้ออ่อนที่กัดเป็นรอยง่าย หรือใช้สเปรย์ป้องกันการกัดที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงตามคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญ
17. เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มีซอกเล็กซอกน้อยเยอะเกินไป
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงต้องทำความสะอาดบ่อย เฟอร์นิเจอร์ที่มีซอก ร่อง ลายแกะสลัก หรือช่องเก็บฝุ่นเยอะ อาจทำให้ขนสัตว์และฝุ่นสะสมง่าย
ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่
- ผิวเรียบ
- เช็ดง่าย
- ไม่มีร่องลึกเยอะ
- ไม่มีผ้าระบายยาวติดพื้น
- ไม่มีช่องแคบที่ดูดฝุ่นยาก
- ถอดชิ้นส่วนทำความสะอาดได้
เฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์น มินิมอล หรือสแกนดิเนเวียน มักเหมาะกับบ้านมีสัตว์เลี้ยง เพราะรูปทรงเรียบ ดูแลง่าย และไม่สะสมฝุ่นมากเกินไป
18. เก็บสายไฟให้เรียบร้อย
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงควรให้ความสำคัญกับสายไฟมากเป็นพิเศษ เพราะน้องหมา น้องแมว หรือสัตว์เลี้ยงตัวเล็กอาจกัด เล่น หรือดึงสายไฟได้
เฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยจัดสายไฟได้ดี เช่น
- ตู้ทีวีที่มีช่องเก็บสาย
- โต๊ะทำงานที่มีรางเก็บสาย
- กล่องเก็บปลั๊กพ่วง
- ชั้นวางเราเตอร์แบบปิด
- โต๊ะข้างเตียงที่ซ่อนสายชาร์จได้
ควรหลีกเลี่ยงการปล่อยสายไฟระโยงระยางบนพื้น หรือวางปลั๊กพ่วงในจุดที่สัตว์เลี้ยงกัดหรือเหยียบได้ง่าย
19. เลือกตู้เก็บของที่ล็อกหรือปิดสนิทได้
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงควรมีตู้เก็บของที่ปิดสนิท โดยเฉพาะของที่อาจเป็นอันตราย เช่น น้ำยาทำความสะอาด ยา อาหารคน อุปกรณ์เย็บผ้า แบตเตอรี่ หรือของชิ้นเล็ก
ตู้ที่เหมาะคือ
- ตู้บานปิด
- ตู้ลิ้นชัก
- ตู้สูงที่สัตว์เลี้ยงเปิดไม่ได้
- ตู้เก็บของใต้ซิงก์ที่มีตัวล็อก
- กล่องเก็บของมีฝาปิด
- ตู้เก็บอาหารสัตว์กันมดและกันน้องเปิด
เฟอร์นิเจอร์ที่เก็บของได้ดีช่วยให้บ้านเป็นระเบียบขึ้น และลดความเสี่ยงที่สัตว์เลี้ยงจะกัด กิน หรือเล่นของที่ไม่ควรเล่น
20. ใช้ผ้าคลุมและของเสริมที่ถอดซักได้
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ทั้งบ้านทันที หากมีสัตว์เลี้ยง สามารถเริ่มจากของเสริมที่ช่วยป้องกันเฟอร์นิเจอร์เดิมได้
ของที่ควรมี เช่น
- ผ้าคลุมโซฟา
- ผ้ารองนอนสัตว์เลี้ยง
- แผ่นกันเปื้อนเบาะ
- ปลอกหมอนซักได้
- ผ้าคลุมเตียง
- พรมขนาดเล็กซักได้
- แผ่นรองชามอาหาร
- ผ้ารองจุดที่สัตว์เลี้ยงชอบนอน
ของเหล่านี้ช่วยยืดอายุเฟอร์นิเจอร์ ลดคราบ ลดกลิ่น และทำให้ดูแลบ้านง่ายขึ้นมาก
บ้านมือสองที่มีสัตว์เลี้ยง ควรจัดเฟอร์นิเจอร์ยังไง?
ถ้าเป็นบ้านมือสองที่กำลังรีโนเวทหรือแต่งใหม่ ควรวางแผนพื้นที่สัตว์เลี้ยงตั้งแต่แรก ไม่ใช่ซื้อเฟอร์นิเจอร์ครบแล้วค่อยหาที่ให้น้องอยู่
แนวทางจัดบ้านมือสองสำหรับสัตว์เลี้ยง
- เลือกพื้นทนรอยและไม่ลื่น
- วางมุมสัตว์เลี้ยงใกล้พื้นที่ที่ทำความสะอาดง่าย
- ไม่วางโซฟาชิดหน้าต่างที่แมวชอบปีนจนผ้าม่านเสียหาย
- ใช้ตู้บานปิดเก็บของสำคัญ
- ทำที่เก็บอาหารสัตว์ให้เป็นสัดส่วน
- จัดทางเดินให้สัตว์เลี้ยงเดินสะดวก
- เลือกโซฟาและพรมที่ดูดฝุ่นง่าย
- ไม่ใช้ของแต่งบ้านแตกง่ายในระดับต่ำ
- มีมุมเช็ดเท้าหลังกลับจากนอกบ้าน
- มีตะกร้าเก็บของเล่นสัตว์เลี้ยง
บ้านมือสองมีข้อดีคือสามารถปรับพื้นที่ใหม่ให้เหมาะกับชีวิตจริงได้ หากวางแผนตั้งแต่ต้น บ้านจะอยู่สบายทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
เฟอร์นิเจอร์แบบไหนไม่ค่อยเหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง?
เฟอร์นิเจอร์ที่ควรหลีกเลี่ยงหรือคิดให้ดีก่อนซื้อ ได้แก่
- โซฟาผ้าขาวล้วน
- โซฟาผ้าทอหยาบที่เกี่ยวเล็บง่าย
- พรมขนยาว
- โต๊ะกระจกบาง
- ชั้นวางของสูงที่ไม่ยึดผนัง
- โคมไฟตั้งพื้นเบา ๆ
- เฟอร์นิเจอร์มีมุมแหลมมาก
- เฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้ออ่อนที่กัดง่าย
- ตู้เปิดโล่งที่วางของแตกง่าย
- ผ้าม่านยาวลากพื้น
- เก้าอี้หวายหรือเชือกถักที่แมวอาจชอบข่วน
ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้ทั้งหมด แต่ถ้ามีสัตว์เลี้ยงในบ้าน ควรเลือกตำแหน่งใช้งานให้เหมาะ หรือเพิ่มการป้องกัน เช่น ผ้าคลุม แผ่นกันเล็บ หรือการจัดมุมลับเล็บให้แมว
เช็กลิสต์เลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
ก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์ ลองเช็กตามนี้
- วัสดุเช็ดทำความสะอาดง่าย
- ไม่อมกลิ่นง่าย
- ขนสัตว์ไม่ติดมากเกินไป
- ทนรอยเล็บได้ดี
- ไม่มีมุมแหลมอันตราย
- โครงสร้างมั่นคง ไม่โยกง่าย
- ถอดปลอกหรือผ้าคลุมซักได้
- ไม่มีซอกสะสมฝุ่นเยอะ
- ยกสูงพอให้ทำความสะอาดใต้เฟอร์นิเจอร์
- ไม่มีของแตกง่ายในระดับที่สัตว์เลี้ยงชนถึง
- เก็บสายไฟและปลั๊กได้เรียบร้อย
- มีมุมเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง
- สีและลายช่วยพรางขนหรือคราบได้
- เหมาะกับขนาดตัวและนิสัยของสัตว์เลี้ยง
ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงเวลาแต่งบ้านมีสัตว์เลี้ยง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ได้แก่
- เลือกเฟอร์นิเจอร์จากความสวยอย่างเดียว
- ใช้ผ้าขาวหรือผ้าขนฟูในบ้านที่ขนร่วงเยอะ
- ไม่ทำที่ลับเล็บให้แมว
- ใช้พรมขนยาวทั้งบ้าน
- วางของแตกง่ายบนชั้นเปิด
- ปล่อยสายไฟตามพื้น
- ไม่มีตู้เก็บน้ำยาและของอันตราย
- เลือกโต๊ะมุมแหลมในบ้านที่สัตว์เลี้ยงวิ่งเล่น
- ซื้อโซฟาราคาแพงก่อนรู้พฤติกรรมสัตว์เลี้ยง
- ไม่วางมุมกินอาหารและมุมนอนให้เป็นสัดส่วน
- ไม่คิดเรื่องการทำความสะอาดรายวัน
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงไม่จำเป็นต้องลดความสวยลง แต่ต้องเลือกของให้เหมาะกับการใช้งานจริงมากขึ้น
สรุป: เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับบ้านมีสัตว์เลี้ยง ต้องสวย ทน เช็ดง่าย และปลอดภัย
เฟอร์นิเจอร์สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงควรเลือกจากความทนทาน การทำความสะอาดง่าย ความปลอดภัย และพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงเป็นหลัก
โซฟาควรเลือกวัสดุที่ขนไม่ติดง่าย เช่น ไมโครไฟเบอร์ หนังเทียม หนังแท้ หรือ performance fabric หากใช้ผ้าควรเลือกแบบถอดซักได้ โต๊ะควรมีมุมมน ตู้ควรปิดได้หรือยึดผนัง พรมควรเป็นขนสั้นและซักง่าย ส่วนของตกแต่งควรหลีกเลี่ยงของแตกง่ายหรือของที่สัตว์เลี้ยงกัดกลืนได้
บ้านที่มีน้องหมาน้องแมวสามารถสวยได้ ไม่จำเป็นต้องดูรกหรือเสียสไตล์ เพียงแค่เลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะ วางมุมสัตว์เลี้ยงให้ชัด และจัดบ้านให้ทำความสะอาดง่ายตั้งแต่แรก
สำหรับคนที่กำลังซื้อบ้านมือสอง รีโนเวทบ้าน หรือแต่งบ้านให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยง บ้านสร้างตัวพร้อมช่วยให้ข้อมูลและแนะนำแนวทางวางแผนบ้านให้เหมาะกับงบ ทำเล และไลฟ์สไตล์ เพื่อให้การมีบ้านเป็นเรื่องที่วางแผนได้ง่ายขึ้น และอยู่สบายทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์บ้านสร้างตัว เพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับและแนะนำขั้นตอนต่อไปได้เลย
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงควรเลือกโซฟาแบบไหนดี?
ควรเลือกโซฟาวัสดุที่ทำความสะอาดง่าย ขนไม่ติดลึก และทนรอยข่วน เช่น ไมโครไฟเบอร์ หนังเทียม หนังแท้ หรือ performance fabric และถ้าเป็นผ้าควรเลือกแบบถอดปลอกซักได้
โซฟาหนังเหมาะกับบ้านที่มีแมวไหม?
เหมาะในแง่เช็ดง่ายและไม่อมขน แต่ต้องระวังรอยเล็บแมว หากแมวชอบข่วนควรมีที่ลับเล็บให้เพียงพอ และอาจใช้ผ้าคลุมโซฟาในจุดที่แมวชอบนอน
บ้านมีหมาควรใช้พรมแบบไหนดี?
ควรใช้พรมขนสั้น ซักง่าย มีแผ่นกันลื่น และไม่อมกลิ่นง่าย ควรหลีกเลี่ยงพรมขนยาวหรือพรมสีอ่อนมาก เพราะทำความสะอาดยากและเห็นคราบชัด
เฟอร์นิเจอร์สีอะไรเหมาะกับบ้านมีสัตว์เลี้ยง?
ควรเลือกสีโทนกลาง เช่น เทา เบจ น้ำตาล ครีมเข้ม หรือสีที่ใกล้เคียงกับขนสัตว์เลี้ยง เพื่อช่วยพรางขนและคราบได้ดีขึ้น
บ้านมีแมวควรมีเฟอร์นิเจอร์อะไรเพิ่ม?
ควรมีที่ลับเล็บ คอนโดแมว ชั้นปีนแมว หรือมุมนอนของแมวโดยเฉพาะ เพื่อให้น้องมีพื้นที่ของตัวเองและลดโอกาสข่วนโซฟาหรือผ้าม่าน
บ้านมีสัตว์เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงเฟอร์นิเจอร์แบบไหน?
ควรหลีกเลี่ยงโซฟาผ้าขนฟู พรมขนยาว โต๊ะกระจกบาง ชั้นวางของไม่มั่นคง เฟอร์นิเจอร์มุมแหลม และของตกแต่งแตกง่ายในระดับที่สัตว์เลี้ยงชนถึง
เลือกตู้แบบไหนดีสำหรับบ้านมีสัตว์เลี้ยง?
ควรเลือกตู้บานปิดหรือลิ้นชักที่เก็บของได้มิดชิด โดยเฉพาะอาหารสัตว์ น้ำยา ยา ของมีคม และของชิ้นเล็ก เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงคุ้ย กัด หรือกลืนของอันตราย
แต่งบ้านมีสัตว์เลี้ยงให้สวยได้ไหม?
ได้แน่นอน เพียงเลือกวัสดุที่ทนและดูแลง่าย ใช้สีที่พรางขนได้ดี จัดมุมสัตว์เลี้ยงให้เป็นระเบียบ และเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับชีวิตจริงของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง