ขายฝาก vs จำนอง ต่างกันอย่างไร? รู้ให้ลึกก่อนทำสัญญา
เมื่อต้องการใช้บ้าน ที่ดิน หรือคอนโดเป็นหลักประกันเพื่อหาเงินก้อน หลายคนมักเจอคำว่า “ขายฝาก” และ “จำนอง” ซึ่งดูเหมือนคล้ายกัน เพราะต่างก็เกี่ยวข้องกับการนำอสังหาริมทรัพย์ไปแลกกับเงินก้อน
แต่ในความจริง ขายฝากกับจำนองมีความแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะเรื่อง “กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน” และ “ความเสี่ยงในการเสียทรัพย์” หากเข้าใจผิดหรือเซ็นสัญญาโดยไม่อ่านรายละเอียดให้ดี อาจทำให้เสียบ้านหรือที่ดินได้ง่ายกว่าที่คิด
บทความนี้ บ้านสร้างตัวจะพาเข้าใจว่า ขายฝาก vs จำนอง ต่างกันอย่างไร แบบไหนเสี่ยงกว่า แบบไหนเหมาะกับสถานการณ์ใด และก่อนทำสัญญาควรเช็กอะไรบ้าง เพื่อให้ตัดสินใจได้รอบคอบขึ้น
ขายฝากคืออะไร?
ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายรูปแบบหนึ่งที่เจ้าของทรัพย์ขายทรัพย์สินให้ผู้ซื้อฝาก โดยมีข้อตกลงว่าเจ้าของเดิมสามารถ “ไถ่คืน” ทรัพย์นั้นได้ภายในเวลาที่กำหนด
พูดให้ง่ายคือ เมื่อจดทะเบียนขายฝากแล้ว กรรมสิทธิ์ในบ้าน ที่ดิน หรือคอนโดจะโอนไปเป็นของผู้ซื้อฝากทันที แต่ผู้ขายฝากยังมีสิทธิซื้อคืนหรือไถ่คืนได้ตามเงื่อนไขในสัญญา
ตัวอย่างเช่น เจ้าของบ้านนำบ้านไปขายฝากกับผู้รับซื้อฝาก ได้เงิน 1,000,000 บาท และตกลงไถ่คืนภายใน 1 ปี ในราคา 1,150,000 บาท หากเจ้าของบ้านนำเงินมาไถ่คืนได้ตามกำหนด ก็ได้บ้านกลับมา แต่ถ้าไถ่คืนไม่ทันตามเวลาที่กำหนด อาจเสียสิทธิในการไถ่คืน และทรัพย์ตกเป็นของผู้ซื้อฝากอย่างเด็ดขาด
จำนองคืออะไร?
จำนอง คือ การนำทรัพย์สิน เช่น บ้าน ที่ดิน หรือคอนโด ไปเป็นหลักประกันการชำระหนี้ โดยกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ยังเป็นของเจ้าของเดิม ไม่ได้โอนไปเป็นของเจ้าหนี้ทันที
พูดง่าย ๆ คือ เจ้าของบ้านยังเป็นเจ้าของบ้านอยู่ แต่มีภาระจำนองติดอยู่กับทรัพย์นั้น หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามสัญญา เจ้าหนี้จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อบังคับจำนอง ไม่สามารถยึดบ้านเป็นของตัวเองทันทีตามใจได้
ตัวอย่างเช่น เจ้าของบ้านนำบ้านไปจำนองเพื่อกู้เงิน 1,000,000 บาท เจ้าของบ้านยังมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนด แต่มีการจดทะเบียนจำนองไว้ หากชำระหนี้ครบก็ไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองได้
ขายฝาก vs จำนอง ต่างกันอย่างไร?
แม้ทั้งสองวิธีจะใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกันหรือเป็นทางหาเงินก้อน แต่ความต่างหลักคือ “ขายฝากโอนกรรมสิทธิ์ทันที” ส่วน “จำนองยังไม่โอนกรรมสิทธิ์”
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ขายฝาก | จำนอง |
|---|---|---|
| ลักษณะสัญญา | เป็นการขายทรัพย์โดยมีสิทธิไถ่คืน | เป็นการเอาทรัพย์เป็นหลักประกันหนี้ |
| กรรมสิทธิ์ | โอนไปยังผู้ซื้อฝากทันทีเมื่อจดทะเบียน | ยังเป็นของเจ้าของเดิม |
| สิทธิของเจ้าของเดิม | มีสิทธิไถ่คืนตามกำหนดเวลา | มีสิทธิใช้ทรัพย์ตามปกติ หากไม่ผิดสัญญา |
| ความเสี่ยง | หากไถ่ไม่ทัน อาจเสียทรัพย์เด็ดขาด | หากผิดนัด เจ้าหนี้ต้องดำเนินการบังคับจำนอง |
| ระยะเวลา | ต้องดูตามสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง | ขึ้นอยู่กับสัญญากู้และสัญญาจำนอง |
| ค่าใช้จ่าย | มีค่าสินไถ่และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง | มีดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าไถ่ถอนจำนอง |
| เหมาะกับใคร | คนที่ต้องการเงินด่วนและมั่นใจว่าไถ่คืนทัน | คนที่ต้องการกู้เงินโดยยังรักษากรรมสิทธิ์ไว้ |
| จุดที่ต้องระวัง | วันครบกำหนดไถ่ และจำนวนสินไถ่ | ดอกเบี้ย ภาระหนี้ และเงื่อนไขผิดนัด |
จุดต่างสำคัญที่สุด: กรรมสิทธิ์ในทรัพย์
สิ่งที่ต้องจำให้แม่นคือ ขายฝากและจำนองต่างกันที่กรรมสิทธิ์
ถ้าเป็นขายฝาก เมื่อจดทะเบียนแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที เจ้าของเดิมมีเพียงสิทธิไถ่คืนภายในเวลาที่กำหนด หากไถ่คืนไม่ทัน อาจเสียทรัพย์นั้นไป
แต่ถ้าเป็นจำนอง เจ้าของเดิมยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ เพียงแต่นำทรัพย์ไปเป็นหลักประกันหนี้ หากผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่เปลี่ยนกรรมสิทธิ์เป็นของเจ้าหนี้ทันที
นี่คือเหตุผลที่ก่อนทำสัญญา ต้องอ่านให้ชัดว่าเอกสารที่กำลังเซ็นคือ “ขายฝาก” หรือ “จำนอง” เพราะผลทางกฎหมายต่างกันมาก
ขายฝากเหมาะกับกรณีไหน?
ขายฝากอาจเหมาะกับคนที่ต้องการเงินก้อนเร็ว มีทรัพย์สินเป็นบ้าน ที่ดิน หรือคอนโด และมีแผนชัดเจนว่าจะหาเงินมาไถ่คืนได้ภายในกำหนดเวลา
ตัวอย่างกรณีที่อาจเลือกขายฝาก เช่น
- ต้องการเงินด่วนระยะสั้น
- มีแผนได้เงินก้อนกลับมาแน่นอน
- ต้องการใช้ทรัพย์สินเดิมเป็นทางออกชั่วคราว
- ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ในช่วงนั้น
- ต้องการวงเงินที่อาจอนุมัติเร็วกว่าเงินกู้ทั่วไป
แต่ขายฝากมีความเสี่ยงสูง หากไม่มั่นใจว่าจะไถ่คืนทัน ไม่ควรรีบทำสัญญา เพราะถ้าเลยกำหนดและไม่สามารถไถ่คืนได้ อาจเสียทรัพย์สินสำคัญไป
จำนองเหมาะกับกรณีไหน?
จำนองเหมาะกับคนที่ต้องการกู้เงินโดยยังรักษากรรมสิทธิ์ในบ้านหรือที่ดินไว้ และสามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขที่ตกลง
ตัวอย่างกรณีที่อาจเลือกจำนอง เช่น
- ต้องการกู้เงินโดยใช้บ้านหรือที่ดินเป็นหลักประกัน
- ยังต้องการถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินไว้
- มีรายได้พอผ่อนชำระเป็นงวด
- ต้องการระยะเวลาผ่อนที่ชัดเจน
- ต้องการลดความเสี่ยงจากการเสียกรรมสิทธิ์ทันที
อย่างไรก็ตาม จำนองก็มีความเสี่ยงเช่นกัน หากไม่ชำระหนี้ตามสัญญา เจ้าหนี้สามารถดำเนินการบังคับจำนองได้ ดังนั้นต้องดูดอกเบี้ย ค่างวด และภาระหนี้รวมให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
ขายฝากเสี่ยงกว่าไหม?
โดยทั่วไป ขายฝากมักเสี่ยงกว่าในมุมของเจ้าของทรัพย์ เพราะกรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่วันที่จดทะเบียนแล้ว หากไถ่คืนไม่ทันตามกำหนด เจ้าของเดิมอาจเสียทรัพย์ไป
ความเสี่ยงของขายฝาก ได้แก่
- เสียกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ตั้งแต่วันจดทะเบียน
- ต้องหาเงินมาไถ่คืนให้ทันเวลา
- หากลืมหรือพลาดกำหนดไถ่ อาจเสียทรัพย์
- สินไถ่อาจสูงกว่าราคาขายฝาก
- หากไม่อ่านสัญญาให้ดี อาจเสียเปรียบเงื่อนไข
- หากเป็นบ้านที่อยู่อาศัยของครอบครัว ความเสี่ยงยิ่งสูง
ดังนั้น หากคิดจะขายฝาก ควรมีแผนไถ่คืนที่ชัดเจนมาก ไม่ใช่คิดแค่ว่า “เดี๋ยวค่อยหาเงินมาไถ่” เพราะเมื่อถึงกำหนดจริง หากหาเงินไม่ทัน ความเสียหายอาจใหญ่กว่าที่คิด
จำนองเสี่ยงตรงไหน?
จำนองอาจดูปลอดภัยกว่าขายฝาก เพราะกรรมสิทธิ์ยังอยู่กับเจ้าของเดิม แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง หากชำระหนี้ไม่ได้ เจ้าหนี้สามารถดำเนินการบังคับจำนองตามขั้นตอนได้
ความเสี่ยงของจำนอง ได้แก่
- ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นหากผิดนัด
- อาจถูกฟ้องบังคับจำนอง
- ทรัพย์อาจถูกขายทอดตลาดหากไม่ชำระหนี้
- มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าติดตามหนี้ หรือค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย
- หากทำกับเจ้าหนี้นอกระบบ อาจเจอเงื่อนไขไม่เป็นธรรม
- หากไม่อ่านสัญญา อาจไม่รู้เงื่อนไขผิดนัดหรือค่าปรับ
ดังนั้น จำนองควรทำกับแหล่งเงินที่น่าเชื่อถือ และต้องอ่านสัญญากู้ควบคู่กับสัญญาจำนองให้ครบ
ก่อนทำขายฝากต้องเช็กอะไรบ้าง?
ถ้าจำเป็นต้องทำขายฝาก ควรตรวจสอบให้ละเอียดก่อนเซ็นสัญญา เพราะขายฝากมีผลต่อกรรมสิทธิ์โดยตรง
สิ่งที่ควรเช็ก ได้แก่
- ราคาขายฝากตรงกับที่ได้รับเงินจริงหรือไม่
- จำนวนสินไถ่ต้องชัดเจน
- วันครบกำหนดไถ่ต้องระบุชัด
- มีสิทธิไถ่ก่อนครบกำหนดหรือไม่
- ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
- ระหว่างขายฝากยังอยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์ในทรัพย์ได้หรือไม่
- หากต้องการขยายเวลาไถ่ ต้องทำอย่างไร
- มีเงื่อนไขใดที่ทำให้เสียเปรียบหรือไม่
- ต้องจดทะเบียนต่อสำนักงานที่ดินอย่างถูกต้องหรือไม่
- มีสำเนาสัญญาและเอกสารครบหรือไม่
ควรจำไว้ว่าขายฝากไม่ใช่แค่การกู้เงินธรรมดา แต่เป็นการขายทรัพย์โดยมีสิทธิไถ่คืน ดังนั้นต้องระวังมากเป็นพิเศษ
ก่อนทำจำนองต้องเช็กอะไรบ้าง?
ก่อนทำจำนอง ควรดูทั้งสัญญากู้และสัญญาจำนอง เพราะจำนองเป็นหลักประกันของหนี้ หากหนี้มีเงื่อนไขไม่ดี เจ้าของทรัพย์ก็ยังเสี่ยง
สิ่งที่ควรเช็ก ได้แก่
- วงเงินกู้เท่าไร
- ดอกเบี้ยคิดแบบใด
- ต้องชำระเป็นงวดหรือชำระคืนครั้งเดียว
- ระยะเวลาสัญญานานเท่าไร
- ผิดนัดกี่วันถึงถือว่าผิดสัญญา
- มีค่าปรับหรือดอกเบี้ยผิดนัดเท่าไร
- มีค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นหรือไม่
- ทรัพย์ที่จำนองตรงกับเอกสารหรือไม่
- ต้องจดทะเบียนจำนองที่สำนักงานที่ดินหรือไม่
- เมื่อชำระหนี้ครบ ต้องไถ่ถอนจำนองอย่างไร
ถ้าเงื่อนไขดอกเบี้ยสูงมากหรือไม่ชัดเจน ควรหยุดพิจารณาก่อน อย่ารีบเซ็นเพราะต้องการเงินด่วน
ขายฝากกับจำนอง แบบไหนได้เงินมากกว่า?
ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับมูลค่าทรัพย์ ประเภททรัพย์ ทำเล สภาพทรัพย์ ความน่าเชื่อถือของผู้ทำสัญญา และเงื่อนไขของผู้ให้เงิน
บางกรณีขายฝากอาจได้เงินเร็วกว่า หรือได้วงเงินสูงกว่าในบางตลาด เพราะผู้ซื้อฝากได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เป็นหลักประกันที่แข็งแรงกว่า แต่ความเสี่ยงของเจ้าของทรัพย์ก็สูงขึ้นเช่นกัน
ส่วนจำนองอาจได้วงเงินตามการประเมินหลักประกันและความสามารถในการชำระหนี้ โดยเฉพาะหากทำกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน จะมีขั้นตอนตรวจสอบมากกว่า แต่ก็ช่วยให้เจ้าของทรัพย์ยังรักษากรรมสิทธิ์ไว้
ดังนั้น อย่าดูแค่ว่าแบบไหนได้เงินมากกว่า แต่ต้องดูว่าแบบไหนเสี่ยงน้อยกว่าและเหมาะกับความสามารถในการชำระคืนของเรามากกว่า
ขายฝากกับจำนอง แบบไหนเหมาะกับคนอยากรักษาบ้านไว้?
ถ้าเป้าหมายหลักคือ “รักษาบ้านไว้ให้ได้มากที่สุด” โดยทั่วไปจำนองมักเหมาะกว่า เพราะกรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของเดิม และเจ้าหนี้ต้องดำเนินการตามขั้นตอนหากเกิดการผิดนัด
แต่ถ้าจำเป็นต้องขายฝากจริง ๆ ต้องมั่นใจมากว่าจะไถ่คืนทัน และควรตั้งเตือนวันครบกำหนดล่วงหน้า รวมถึงเตรียมแผนสำรองหากหาเงินไถ่คืนไม่ทัน
สำหรับบ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยหลักของครอบครัว ควรระวังการขายฝากเป็นพิเศษ เพราะหากไถ่ไม่ทัน อาจกระทบทั้งทรัพย์สินและที่อยู่อาศัยของคนในบ้าน
ระวังสัญญาที่ชื่อไม่ตรงกับความเข้าใจ
บางคนคิดว่าตัวเอง “กู้เงินโดยใช้บ้านค้ำ” แต่เมื่อไปเซ็นจริงกลับเป็น “สัญญาขายฝาก” หรือบางคนคิดว่าเป็นแค่เอกสารค้ำประกัน แต่ความจริงมีการโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว
ก่อนเซ็นเอกสารทุกครั้ง ควรดูคำสำคัญในเอกสาร เช่น
- ขายฝาก
- ผู้ขายฝาก
- ผู้ซื้อฝาก
- สินไถ่
- กำหนดเวลาไถ่
- จำนอง
- ผู้จำนอง
- ผู้รับจำนอง
- หนี้ประธาน
- ไถ่ถอนจำนอง
หากอ่านแล้วไม่เข้าใจ อย่าเซ็นทันที ควรให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน ทนายความ หรือผู้เชี่ยวชาญช่วยอธิบายก่อน เพราะเอกสารแต่ละคำมีผลทางกฎหมายต่างกัน
ถ้าต้องการเงินด่วน ควรเลือกขายฝากหรือจำนอง?
หากต้องการเงินด่วน ควรเริ่มจากการประเมิน 3 เรื่องก่อน
- ต้องการเงินเท่าไร
- มีรายได้ชำระคืนแน่นอนหรือไม่
- ถ้าไถ่คืนหรือชำระหนี้ไม่ได้ จะรับความเสี่ยงได้แค่ไหน
ถ้ายังต้องการรักษากรรมสิทธิ์ในบ้านหรือที่ดิน และมีรายได้ผ่อนชำระสม่ำเสมอ จำนองอาจเหมาะกว่า
แต่ถ้าต้องการเงินระยะสั้นมาก มีแผนได้เงินก้อนกลับมาแน่นอน และเข้าใจความเสี่ยงเรื่องกรรมสิทธิ์ ขายฝากอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ต้องทำอย่างรอบคอบและไม่ควรใช้เป็นทางเลือกแรกหากยังมีวิธีอื่นที่ปลอดภัยกว่า
วิธีป้องกันไม่ให้เสียเปรียบก่อนทำสัญญา
ไม่ว่าจะเลือกขายฝากหรือจำนอง ควรป้องกันตัวเองด้วยการเตรียมเอกสารและตรวจสอบทุกขั้นตอน
แนวทางที่ควรทำ ได้แก่
- อ่านสัญญาทุกหน้าให้เข้าใจ
- อย่าเซ็นเอกสารเปล่าหรือเอกสารที่ยังกรอกไม่ครบ
- ตรวจชื่อคู่สัญญา เลขโฉนด และรายละเอียดทรัพย์ให้ถูกต้อง
- เช็กจำนวนเงินที่ได้รับจริงกับจำนวนเงินในสัญญา
- เช็กดอกเบี้ย สินไถ่ ค่าปรับ และค่าธรรมเนียม
- ขอสำเนาสัญญาและเอกสารทุกฉบับ
- เก็บหลักฐานการรับเงินและโอนเงิน
- ทำธุรกรรมต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตามขั้นตอน
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากไม่เข้าใจเงื่อนไข
- อย่าตัดสินใจเพราะถูกเร่งหรือกดดัน
หากอีกฝ่ายไม่ยอมให้เวลาอ่านสัญญา ไม่ยอมให้ปรึกษาคนอื่น หรือเร่งให้เซ็นทันที ควรระวังเป็นพิเศษ
สัญญาณอันตรายที่ควรระวัง
ก่อนทำขายฝากหรือจำนอง หากเจอสัญญาณเหล่านี้ควรหยุดคิดให้ดี
- บอกว่าเป็นกู้เงินธรรมดา แต่เอกสารเขียนว่าขายฝาก
- ให้เซ็นเอกสารเปล่า
- ไม่อธิบายรายละเอียดสัญญา
- ไม่ให้สำเนาเอกสาร
- เงินที่ได้รับจริงน้อยกว่าที่ระบุในสัญญา
- สินไถ่หรือดอกเบี้ยสูงผิดปกติ
- กำหนดเวลาไถ่สั้นจนดูไม่สมเหตุสมผล
- บังคับให้รีบเซ็นหรือรีบโอนกรรมสิทธิ์
- ให้โอนเงินผ่านบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ข้อความในสัญญาไม่ตรงกับที่ตกลงกันด้วยวาจา
หากพบข้อใดข้อหนึ่ง ควรหยุดและตรวจสอบก่อน เพราะสัญญาเกี่ยวกับบ้านและที่ดินเป็นเรื่องใหญ่ แก้ไขภายหลังอาจยากมาก
ขายฝากแล้วไถ่คืนไม่ทัน ทำอย่างไรดี?
หากใกล้ครบกำหนดขายฝากและยังหาเงินไถ่คืนไม่ทัน ควรรีบติดต่อผู้ซื้อฝากก่อนถึงกำหนด อย่ารอให้เลยเวลา เพราะเมื่อพ้นกำหนดไถ่ อาจเสียสิทธิในทรัพย์
สิ่งที่ควรทำคือ
- ตรวจสัญญาวันครบกำหนดไถ่ให้ชัด
- ติดต่อผู้ซื้อฝากล่วงหน้า
- เจรจาขยายเวลา หากทำได้ตามกฎหมายและเงื่อนไข
- เตรียมเงินสินไถ่และค่าธรรมเนียมให้ครบ
- เก็บหลักฐานการติดต่อทุกครั้ง
- ปรึกษาสำนักงานที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญทันทีหากมีข้อสงสัย
อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ทำอะไร เพราะการขายฝากมีเส้นตายที่สำคัญมาก
จำนองแล้วผ่อนไม่ไหว ทำอย่างไรดี?
หากจำนองแล้วเริ่มผ่อนไม่ไหว ควรรีบติดต่อเจ้าหนี้ก่อนผิดนัดนาน เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้น
แนวทางที่ควรทำ ได้แก่
- แจ้งเจ้าหนี้ก่อนผิดนัดหรือทันทีที่เริ่มมีปัญหา
- ขอปรับโครงสร้างหนี้ หากทำได้
- ขอขยายระยะเวลาผ่อน
- หาแหล่งเงินที่ดอกเบี้ยต่ำกว่ามาปิดหนี้เดิม
- ลดรายจ่ายอื่นเพื่อรักษาทรัพย์ไว้
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินหรือกฎหมาย
เป้าหมายคือป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามไปถึงขั้นถูกบังคับจำนองหรือขายทอดตลาด
สรุป: ขายฝาก vs จำนอง ต่างกันอย่างไร?
ขายฝากและจำนองต่างกันมาก แม้จะเป็นวิธีใช้บ้าน ที่ดิน หรือคอนโดเพื่อหาเงินก้อนเหมือนกัน
ขายฝาก คือการขายทรัพย์โดยมีสิทธิไถ่คืน กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อฝากทันที หากไถ่คืนไม่ทัน อาจเสียทรัพย์เด็ดขาด
จำนอง คือการนำทรัพย์ไปเป็นหลักประกันหนี้ กรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของเดิม แต่หากผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้สามารถดำเนินการบังคับจำนองตามกฎหมายได้
หากต้องการรักษาบ้านหรือที่ดินไว้ให้ได้มากที่สุด ควรพิจารณาจำนองหรือทางเลือกสินเชื่อที่ปลอดภัยก่อน แต่ถ้าจำเป็นต้องขายฝาก ต้องอ่านสัญญาให้ละเอียด รู้วันครบกำหนดไถ่ รู้จำนวนสินไถ่ และมีแผนไถ่คืนที่ชัดเจน
สำหรับคนที่กำลังวางแผนซื้อบ้าน วางแผนการเงิน หรือกำลังตัดสินใจเกี่ยวกับบ้านและที่ดิน บ้านสร้างตัวพร้อมช่วยให้ข้อมูลเบื้องต้น เพื่อให้การมีบ้านและการดูแลทรัพย์สินเป็นเรื่องที่วางแผนได้ง่ายขึ้น
ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์บ้านสร้างตัว เพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับและแนะนำขั้นตอนต่อไปได้เลย
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขายฝาก vs จำนอง
ขายฝากกับจำนองต่างกันอย่างไร?
ขายฝากคือการขายทรัพย์โดยมีสิทธิไถ่คืน กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อฝากทันที ส่วนจำนองคือการนำทรัพย์ไปเป็นหลักประกันหนี้ โดยกรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของเดิม
ขายฝากเสี่ยงไหม?
เสี่ยงมากหากไม่มีแผนไถ่คืนชัดเจน เพราะถ้าไถ่คืนไม่ทันตามกำหนด อาจเสียกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ไปอย่างเด็ดขาด
จำนองบ้านแล้วบ้านยังเป็นของเราไหม?
ยังเป็นของเจ้าของเดิม แต่มีภาระจำนองติดอยู่กับทรัพย์ หากชำระหนี้ครบก็สามารถจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองได้
ขายฝากไถ่คืนก่อนกำหนดได้ไหม?
โดยหลักควรดูเงื่อนไขในสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากต้องการไถ่คืนก่อนกำหนด ควรติดต่อผู้ซื้อฝากและสำนักงานที่ดินเพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง
ถ้าเลยกำหนดขายฝากแล้วยังไถ่คืนได้ไหม?
โดยทั่วไป หากพ้นกำหนดไถ่และไม่มีการขยายเวลาที่ถูกต้อง ผู้ขายฝากอาจหมดสิทธิไถ่คืน ดังนั้นต้องระวังวันครบกำหนดไถ่เป็นพิเศษ
จำนองแล้วไม่จ่ายหนี้ เจ้าหนี้ยึดบ้านได้ทันทีไหม?
เจ้าหนี้ไม่สามารถเปลี่ยนกรรมสิทธิ์เป็นของตัวเองทันทีตามใจได้ แต่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อบังคับจำนองได้
ก่อนทำขายฝากควรเช็กอะไร?
ควรเช็กจำนวนเงินที่ได้รับจริง สินไถ่ วันครบกำหนดไถ่ เงื่อนไขการอยู่หรือใช้ประโยชน์ในทรัพย์ ค่าธรรมเนียม และต้องอ่านสัญญาทุกหน้าให้เข้าใจก่อนเซ็น
ก่อนทำจำนองควรเช็กอะไร?
ควรเช็กวงเงินกู้ ดอกเบี้ย ค่างวด ระยะเวลาสัญญา เงื่อนไขผิดนัด ค่าปรับ ค่าธรรมเนียม และขั้นตอนการไถ่ถอนจำนองเมื่อชำระหนี้ครบ