ผ่อนรถอยู่ จะกู้ซื้อบ้านได้ไหม?

คำตอบคือ “มีโอกาสกู้ได้” แต่ไม่ได้แปลว่ากู้ผ่านทุกกรณี

การที่เรายัง ผ่อนรถ อยู่ ไม่ได้ทำให้หมดสิทธิ์กู้บ้านทันที แต่ธนาคารจะนำค่างวดรถไปนับเป็นภาระหนี้เดิม และใช้ประเมินว่าเรายังมีความสามารถพอสำหรับ ผ่อนบ้าน เพิ่มหรือไม่

พูดง่าย ๆ คือ ถ้ารายได้ดี ภาระหนี้ไม่สูงเกินไป ประวัติชำระหนี้ดี และยังมีเงินเหลือพอผ่อนบ้าน ธนาคารก็อาจพิจารณาสินเชื่อบ้านได้

แต่ถ้าผ่อนรถอยู่แล้วค่างวดสูง รายได้ไม่มาก มีหนี้บัตรเครดิต หรือเคยจ่ายค่างวดล่าช้า โอกาสกู้บ้านอาจลดลง

ดังนั้น คำถามที่ควรถามไม่ใช่แค่ “ผ่อนรถอยู่กู้บ้านได้ไหม” แต่ควรถามต่อว่า “ภาระหนี้รวมของเรายังไหวไหม”

ธนาคารดูอะไรบ้างเมื่อคนผ่อนรถอยากกู้บ้าน?

เวลายื่น สินเชื่อบ้าน ธนาคารจะพิจารณาหลายอย่างประกอบกัน เช่น

รายได้ต่อเดือน
ค่างวดรถที่ต้องจ่ายทุกเดือน
หนี้บัตรเครดิต
สินเชื่อส่วนบุคคล
ผ่อนสินค้า
ภาระหนี้อื่น ๆ
ประวัติเครดิตบูโร
เงินดาวน์
อายุผู้กู้
อาชีพและความมั่นคงของรายได้
ราคาบ้านและวงเงินที่ขอกู้
มูลค่าหลักประกัน
ประวัติการออมเงิน

ถ้าค่างวดรถเป็นภาระก้อนใหญ่ ธนาคารอาจให้วงเงินบ้านน้อยลง เพราะต้องกันรายได้บางส่วนไว้สำหรับผ่อนรถเดิม

ผ่อนรถมีผลต่อวงเงินกู้บ้านอย่างไร?

ค่างวดรถมีผลโดยตรงต่อวงเงินกู้บ้าน เพราะธนาคารจะดู “ภาระหนี้ต่อเดือน” รวมกับ “รายได้ต่อเดือน”

ตัวอย่างเช่น

ถ้ามีรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน และผ่อนรถอยู่ 12,000 บาทต่อเดือน แปลว่าก่อนจะกู้บ้าน คุณมีภาระหนี้รถอยู่แล้ว 12,000 บาท

เมื่อธนาคารคำนวณความสามารถผ่อนบ้าน ธนาคารจะหักภาระรถออกจากความสามารถผ่อนรวม

ยิ่งค่างวดรถสูง วงเงินกู้บ้านที่มีโอกาสได้ก็ยิ่งลดลง

แต่ถ้ารายได้สูงมากพอ และภาระหนี้อื่นไม่เยอะ การมีค่างวดรถอาจยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่

DSR คืออะไร ทำไมคนผ่อนรถต้องรู้?

DSR หรือ Debt Service Ratio คือสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้

อธิบายง่าย ๆ คือ รายได้ต่อเดือนของเรา ถูกใช้ไปกับการจ่ายหนี้กี่เปอร์เซ็นต์

ตัวอย่างเช่น รายได้ 40,000 บาทต่อเดือน ผ่อนรถ 10,000 บาท และมีหนี้อื่น 2,000 บาท เท่ากับมีภาระหนี้เดิม 12,000 บาท หรือประมาณ 30% ของรายได้

ถ้าจะกู้บ้านเพิ่ม ธนาคารจะดูว่าหลังรวมค่างวดบ้านแล้ว ภาระหนี้รวมยังอยู่ในระดับที่รับไหวหรือไม่

ถ้าภาระหนี้รวมสูงเกินไป ธนาคารอาจลดวงเงินกู้ หรือไม่อนุมัติสินเชื่อบ้าน

ผ่อนรถอยู่ ควรมีภาระหนี้รวมไม่เกินเท่าไหร่?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกธนาคาร เพราะแต่ละแห่งมีหลักเกณฑ์ของตัวเอง

แต่ในมุมวางแผนการเงินส่วนบุคคล ควรทำให้ภาระหนี้รวมต่อเดือนอยู่ในระดับที่ไม่ตึงเกินไป

หากมีหนี้หลายก้อน เช่น ผ่อนรถ ผ่อนบัตร ผ่อนสินค้า และกำลังจะผ่อนบ้าน ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะบ้านเป็นหนี้ระยะยาว

หลักคิดง่าย ๆ คือ เมื่อรวมผ่อนรถ ผ่อนบ้าน และหนี้อื่นทั้งหมดแล้ว ควรยังเหลือเงินใช้ชีวิต ออมเงิน และรับมือเหตุฉุกเฉินได้

อย่าดูแค่ว่า “ธนาคารให้กู้ไหม” แต่ต้องดูด้วยว่า “เราผ่อนแล้วไม่เหนื่อยเกินไปไหม”

ตัวอย่างคำนวณง่าย ๆ สำหรับคนผ่อนรถ

สมมติรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน

ผ่อนรถ 10,000 บาท
ผ่อนบัตรเครดิตขั้นต่ำ 3,000 บาท
รวมภาระหนี้เดิม 13,000 บาท

ถ้าอยากกู้บ้าน ธนาคารจะนำภาระ 13,000 บาทนี้ไปพิจารณาก่อน

หากต้องการผ่อนบ้านเดือนละ 18,000 บาท ภาระหนี้รวมจะกลายเป็น 31,000 บาทต่อเดือน

เมื่อเทียบกับรายได้ 50,000 บาท ภาระหนี้รวมจะสูงถึง 62% ของรายได้

แบบนี้อาจถือว่าค่อนข้างตึง และอาจทำให้กู้ยากหรือใช้ชีวิตลำบากหลังซื้อบ้าน

แต่ถ้ารายได้ 80,000 บาท ผ่อนรถ 10,000 บาท ไม่มีหนี้อื่น และผ่อนบ้านประมาณ 20,000 บาท ภาระรวม 30,000 บาท หรือประมาณ 37.5% ของรายได้ แบบนี้อาจดูสมเหตุสมผลกว่า

ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้น การอนุมัติจริงขึ้นอยู่กับเกณฑ์ธนาคารและข้อมูลของผู้กู้แต่ละคน

ผ่อนรถอยู่ แต่ไม่มีหนี้อื่น กู้บ้านง่ายขึ้นไหม?

โดยทั่วไป มีโอกาสดีกว่าคนที่มีหนี้หลายก้อน

ถ้าคุณผ่อนรถอยู่เพียงก้อนเดียว จ่ายตรงเวลา ไม่มีหนี้บัตรเครดิต ไม่มีสินเชื่อส่วนบุคคล และมีรายได้เพียงพอ ธนาคารอาจยังมองว่ามีความสามารถผ่อนบ้านได้

สิ่งที่ช่วยให้ดูดีขึ้นคือ

ผ่อนรถตรงเวลาทุกงวด
รายได้เข้าบัญชีสม่ำเสมอ
มีเงินออม
ไม่มีหนี้เสีย
ไม่มีการใช้บัตรเครดิตเต็มวงเงิน
มีเงินดาวน์บ้าน
เลือกบ้านในราคาที่เหมาะกับรายได้

ภาระรถไม่ใช่ปัญหาเสมอไป หากภาพรวมการเงินยังแข็งแรง

ผ่อนรถใกล้หมดแล้ว ควรรอก่อนกู้บ้านไหม?

ถ้ารถเหลือผ่อนอีกไม่นาน เช่น 3-6 เดือน หรือไม่เกิน 1 ปี การรอให้ผ่อนรถหมดก่อนยื่นกู้บ้านอาจเป็นทางเลือกที่ดี

เพราะเมื่อไม่มีค่างวดรถแล้ว ภาระหนี้ต่อเดือนจะลดลงทันที และความสามารถกู้บ้านอาจดีขึ้น

นอกจากนี้ การผ่อนรถจนครบและจ่ายตรงเวลายังช่วยสะท้อนวินัยการชำระหนี้ที่ดีด้วย

แต่ถ้าพบบ้านที่เหมาะมาก ทำเลดี ราคาอยู่ในงบ และรายได้ยังพอ ธนาคารอาจยังพิจารณาได้ แม้รถยังไม่หมด

ทางที่ดีควรให้ธนาคารประเมินเบื้องต้นทั้ง 2 กรณี คือ

ยื่นตอนยังผ่อนรถอยู่
ยื่นหลังปิดหนี้รถแล้ว

จะช่วยให้เห็นความต่างของวงเงินกู้ชัดขึ้น

ควรโปะรถให้หมดก่อนกู้บ้านไหม?

การโปะรถให้หมดก่อนกู้บ้านอาจช่วยลดภาระหนี้และเพิ่มโอกาสกู้บ้านได้

แต่ต้องดูเงินสดในมือด้วย

ถ้าโปะรถหมดแล้วเงินเก็บหายไปเกือบทั้งหมด อาจไม่มีเงินดาวน์บ้าน ไม่มีค่าโอน ไม่มีเงินสำรอง หรือไม่มีเงินแต่งบ้านหลังซื้อ

แบบนี้อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด

ควรเปรียบเทียบว่า

โปะรถแล้วภาระหนี้ลดลงเท่าไหร่
ยังเหลือเงินดาวน์บ้านไหม
ยังมีเงินสำรองฉุกเฉินไหม
ดอกเบี้ยรถเหลือมากน้อยแค่ไหน
ปิดรถก่อนกำหนดมีส่วนลดหรือค่าธรรมเนียมหรือไม่
ถ้าไม่โปะรถ ธนาคารให้วงเงินบ้านพอไหม

บางกรณีโปะรถคุ้ม
บางกรณีเก็บเงินไว้ดาวน์บ้านอาจดีกว่า

ควรคำนวณก่อนตัดสินใจ ไม่ควรใช้เงินเก็บทั้งหมดไปปิดรถแบบไม่เหลือสำรอง

ผ่อนรถช้า เคยค้างค่างวด จะกู้บ้านได้ไหม?

ยังมีโอกาส แต่จะยากขึ้น

เพราะประวัติการจ่ายค่างวดรถสะท้อนวินัยทางการเงินของผู้กู้ หากเคยจ่ายช้า ค้างชำระ หรือมีประวัติผิดนัด ธนาคารอาจมองว่ามีความเสี่ยงสูงขึ้น

ถ้าเคยจ่ายช้า ควรทำดังนี้

เช็กเครดิตบูโรของตัวเอง
จ่ายหนี้ให้ตรงเวลาอย่างต่อเนื่อง
หลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ใหม่
เก็บเงินดาวน์เพิ่ม
รอให้ประวัติการชำระดีขึ้น
เตรียมคำอธิบายและเอกสารประกอบ หากมีเหตุจำเป็นจริง
ลองปรึกษาธนาคารก่อนเลือกบ้าน

ยิ่งมีประวัติชำระตรงเวลาต่อเนื่องหลังจากนั้นนานขึ้น ภาพรวมเครดิตก็อาจดูดีขึ้น

มีรถ 2 คัน กู้บ้านยากไหม?

ถ้าผ่อนรถ 2 คันพร้อมกัน ภาระหนี้ต่อเดือนจะสูงขึ้นมาก จึงมีโอกาสกระทบวงเงินกู้บ้านมากกว่าการผ่อนรถคันเดียว

ธนาคารจะดูว่ารายได้เพียงพอหรือไม่ และรถทั้งสองคันจำเป็นต่อการทำงานหรือครอบครัวแค่ไหน

หากผ่อนรถ 2 คันแล้วรายได้ยังสูงพอ ไม่มีหนี้อื่น และมีเงินเก็บ อาจยังมีโอกาสกู้ได้

แต่ถ้ารายได้ไม่สูงมาก การผ่อนรถ 2 คันอาจทำให้วงเงินบ้านลดลงมาก หรือกู้ไม่ผ่านได้

ก่อนยื่นกู้ควรพิจารณาว่าจำเป็นต้องถือภาระรถทั้งสองคันต่อหรือไม่

ผ่อนรถชื่อเรา แต่คนอื่นใช้รถ มีผลไหม?

มีผล เพราะในมุมธนาคาร หนี้รถอยู่ในชื่อเรา

แม้คนอื่นจะเป็นคนใช้รถหรือช่วยจ่ายค่างวด แต่ถ้าสัญญาเช่าซื้อเป็นชื่อเรา ธนาคารจะมองว่าเราเป็นผู้รับผิดชอบหนี้ก้อนนั้น

ดังนั้น ค่างวดรถจะถูกนับเป็นภาระหนี้ของเราเมื่อขอกู้บ้าน

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมไม่ควรออกรถหรือค้ำภาระหนี้ให้คนอื่นง่าย ๆ หากตัวเองมีแผนจะซื้อบ้านในอนาคต

เพราะแม้ไม่ได้ใช้รถเอง แต่หนี้นั้นอาจลดโอกาสกู้บ้านของเราได้

เป็นผู้ค้ำรถให้คนอื่น มีผลต่อกู้บ้านไหม?

การเป็นผู้ค้ำประกันอาจมีผลในบางกรณี โดยเฉพาะถ้าผู้กู้หลักผิดนัดชำระ หรือมีปัญหาหนี้

แม้ยังไม่ใช่ผู้ผ่อนหลัก แต่การค้ำประกันคือความรับผิดชอบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ก่อนยื่นกู้บ้าน ควรตรวจเครดิตบูโรและตรวจสถานะหนี้ที่เกี่ยวข้องให้ชัด

หากเคยค้ำประกันให้ใคร ควรถามสถานะการชำระหนี้ให้เรียบร้อย เพราะหนี้ค้ำประกันที่มีปัญหาอาจกระทบความน่าเชื่อถือของเราได้

ผ่อนรถอยู่ แต่อยากซื้อบ้านหลังแรก ควรเตรียมตัวยังไง?

1. เช็กค่างวดรถและหนี้ทั้งหมด

เริ่มจากเขียนรายการหนี้ทุกก้อน เช่น

ค่างวดรถ
บัตรเครดิต
สินเชื่อส่วนบุคคล
ผ่อนสินค้า
หนี้กยศ.
หนี้ครอบครัว
ภาระส่งเงินประจำอื่น ๆ

ต้องรู้ก่อนว่าทุกเดือนเราจ่ายหนี้รวมเท่าไหร่

2. เช็กเครดิตบูโร

ก่อนยื่นกู้บ้าน ควรตรวจเครดิตบูโรของตัวเอง เพื่อดูว่ามีประวัติค้างชำระหรือข้อมูลผิดพลาดหรือไม่

หากพบปัญหา ควรรีบแก้ไขก่อนยื่นกู้

3. จ่ายค่างวดรถให้ตรงเวลา

ช่วงก่อนยื่นกู้บ้าน ควรรักษาประวัติผ่อนรถให้ดีมากเป็นพิเศษ

อย่าจ่ายช้า อย่าค้างงวด และควรจ่ายหนี้อื่นให้ตรงเวลาด้วย

4. ลดหนี้บัตรเครดิต

ถ้ามีบัตรเครดิตหลายใบและใช้วงเงินสูง ควรลดภาระให้ต่ำลง

ธนาคารอาจนำยอดหนี้บัตรเครดิตไปคำนวณภาระหนี้ แม้เราจะจ่ายขั้นต่ำหรือจ่ายบางส่วนก็ตาม

5. เก็บเงินดาวน์เพิ่ม

เงินดาวน์ช่วยลดวงเงินกู้ และทำให้ภาระผ่อนบ้านเบาลง

สำหรับคนที่ผ่อนรถอยู่ การมีเงินดาวน์มากขึ้นอาจช่วยให้ภาพรวมการเงินดูดีขึ้น

6. เลือกบ้านที่ราคาเหมาะกับรายได้

อย่าเลือกบ้านจากราคาสูงสุดที่อยากได้ แต่ควรเลือกจากค่างวดที่ผ่อนไหวจริงหลังรวมค่างวดรถแล้ว

บ้านที่ดีควรเป็นบ้านที่ผ่อนแล้วไม่ทำให้ชีวิตการเงินตึงเกินไป

7. ให้ธนาคารประเมินวงเงินเบื้องต้น

ก่อนจองบ้าน ควรลองให้ธนาคารประเมินวงเงินกู้เบื้องต้น โดยแจ้งค่างวดรถและภาระหนี้ทั้งหมดตามจริง

จะช่วยให้รู้ว่าควรมองหาบ้านในราคาเท่าไหร่

ผ่อนรถอยู่ ควรเลือกบ้านราคาเท่าไหร่?

ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับรายได้ ค่างวดรถ หนี้อื่น เงินดาวน์ และเกณฑ์ธนาคาร

แต่หลักคิดคือ ค่างวดบ้านไม่ควรทำให้ภาระหนี้รวมหนักเกินไป

ตัวอย่างคำถามที่ควรถามตัวเองคือ

ถ้าผ่อนบ้านเพิ่มแล้ว ยังมีเงินกินอยู่พอไหม
ยังมีเงินออมทุกเดือนไหม
ถ้ารถเสียหรือบ้านต้องซ่อม ยังมีเงินสำรองไหม
ถ้ารายได้ลดลง 1-2 เดือน ยังผ่อนไหวไหม
ถ้ามีลูกหรือภาระครอบครัวเพิ่ม ยังรับไหวไหม

การเลือกบ้านที่ “ผ่อนไหว” สำคัญกว่าการเลือกบ้านที่ “กู้ได้เต็มวงเงิน”

ผ่อนรถอยู่แล้วกู้ร่วมช่วยได้ไหม?

กู้ร่วม อาจช่วยได้ หากผู้กู้ร่วมมีรายได้ดีและภาระหนี้ไม่สูง

เช่น กู้ร่วมกับคู่สมรส พ่อแม่ หรือพี่น้องตามเงื่อนไขที่ธนาคารยอมรับ

รายได้ของผู้กู้ร่วมจะถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน ทำให้ความสามารถกู้บ้านอาจเพิ่มขึ้น

แต่ต้องเข้าใจว่า ผู้กู้ร่วมไม่ได้เป็นแค่คนช่วยให้กู้ผ่าน แต่ต้องร่วมรับผิดชอบหนี้บ้านด้วย

หากผ่อนไม่ไหวหรือมีปัญหาการชำระหนี้ เครดิตของผู้กู้ร่วมก็อาจได้รับผลกระทบ

ก่อนกู้ร่วมควรคุยกันให้ชัดเรื่องค่างวด สิทธิในบ้าน และความรับผิดชอบระยะยาว

ผ่อนรถอยู่แล้วซื้อบ้านมือสองดีไหม?

บ้านมือสอง อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนผ่อนรถอยู่ เพราะบางทำเลอาจได้ราคาที่จับต้องได้กว่าบ้านใหม่

ถ้าเลือกบ้านมือสองที่ราคาเหมาะกับรายได้ อาจทำให้ค่างวดบ้านไม่หนักเกินไป และยังเหลืองบสำหรับผ่อนรถต่อได้

แต่บ้านมือสองต้องตรวจสภาพให้ละเอียด เช่น

โครงสร้าง
หลังคา
ระบบไฟ
ระบบน้ำ
รอยร้าว
ความชื้น
ปลวก
เอกสารกรรมสิทธิ์
ภาระจำนองเดิม
ค่าใช้จ่ายซ่อมหลังซื้อ

ถ้าบ้านมือสองราคาถูก แต่ต้องซ่อมหนักมาก อาจทำให้ภาระรวมสูงกว่าที่คิด

บ้านรีโนเวทเหมาะกับคนผ่อนรถอยู่ไหม?

บ้านรีโนเวท อาจเหมาะกับคนที่อยากได้บ้านพร้อมอยู่และไม่อยากเสียเงินซ่อมก้อนใหญ่หลังซื้อ

สำหรับคนที่ยังมีค่างวดรถ การลดค่าใช้จ่ายซ่อมบ้านหลังโอนเป็นเรื่องสำคัญมาก

แต่ต้องตรวจให้ดีว่ารีโนเวทจริงแค่ไหน

ควรดูว่าแก้ระบบไฟ ระบบน้ำ หลังคา ห้องน้ำ ครัว และพื้นจริงหรือไม่ หรือแค่ตกแต่งให้ดูใหม่

บ้านรีโนเวทที่ดีควรช่วยให้เข้าอยู่ได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่สร้างค่าใช้จ่ายซ่อมซ้ำหลังซื้อ

ถ้ากู้บ้านไม่ผ่านเพราะผ่อนรถ ควรทำอย่างไร?

ถ้าธนาคารแจ้งว่ากู้ไม่ผ่านหรือวงเงินไม่พอเพราะภาระรถสูง ควรทำตามนี้

ขอทราบเหตุผลจากธนาคารให้ชัด
เช็กภาระหนี้ทั้งหมด
ลดหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่ออื่น
รอให้ผ่อนรถเหลือน้อยลงหรือปิดรถ
เพิ่มเงินดาวน์บ้าน
เลือกบ้านราคาต่ำลง
หาผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
รักษาประวัติผ่อนรถให้ตรงเวลา
ลองเปรียบเทียบหลายธนาคาร
ปรับแผนซื้อบ้านใหม่ให้เหมาะกับรายได้

อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะบางครั้งการปรับแผน 6-12 เดือน อาจช่วยให้พร้อมกู้บ้านมากขึ้น

สิ่งที่ไม่ควรทำก่อนยื่นกู้บ้าน ถ้ายังผ่อนรถอยู่

ถ้าคุณกำลังผ่อนรถและมีแผนกู้บ้าน ควรหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้

ไม่ออกรถคันใหม่เพิ่ม
ไม่รีไฟแนนซ์รถเพื่อเพิ่มวงเงินโดยไม่จำเป็น
ไม่กดสินเชื่อส่วนบุคคล
ไม่ใช้บัตรเครดิตเต็มวงเงิน
ไม่ผ่อนสินค้าเพิ่มหลายรายการ
ไม่จ่ายค่างวดรถช้า
ไม่ปิดบัญชีเงินเดือนหรือบัญชีรายได้หลัก
ไม่ฝากเงินก้อนผิดปกติโดยไม่มีที่มา
ไม่เลือกบ้านเกินกำลังผ่อน
ไม่ใช้เงินเก็บหมดไปกับค่าใช้จ่ายอื่นก่อนยื่นกู้

ช่วงก่อนกู้บ้านควรทำให้การเงินนิ่งที่สุด เพื่อให้ธนาคารเห็นว่าคุณมีวินัยและบริหารหนี้ได้ดี

เช็กลิสต์คนผ่อนรถก่อนยื่นกู้ซื้อบ้าน

ก่อนยื่นกู้บ้าน ลองเช็กตามนี้

1. ค่างวดรถเดือนละเท่าไหร่
ต้องรู้ตัวเลขชัดเจน เพราะธนาคารจะนับเป็นภาระหนี้

2. รถเหลือผ่อนอีกกี่เดือน
ถ้าเหลือน้อย อาจพิจารณารอให้ผ่อนหมดก่อน

3. มีหนี้อื่นนอกจากรถไหม
เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือผ่อนสินค้า

4. ภาระหนี้รวมหลังผ่อนบ้านยังไหวไหม
อย่าดูแค่กู้ผ่าน ต้องดูว่าใช้ชีวิตได้จริงไหม

5. ผ่อนรถตรงเวลาทุกงวดหรือไม่
ประวัติจ่ายดีช่วยให้เครดิตดูน่าเชื่อถือ

6. เช็กเครดิตบูโรแล้วหรือยัง
ควรรู้ข้อมูลตัวเองก่อนธนาคารตรวจ

7. มีเงินดาวน์และเงินสำรองไหม
อย่าใช้เงินเก็บหมดไปกับการซื้อบ้าน

8. เลือกบ้านตามวงเงินที่เหมาะกับรายได้หรือไม่
บ้านที่พอดีกับรายได้ช่วยลดความเสี่ยงระยะยาว

9. ได้ประเมินวงเงินกับธนาคารก่อนจองบ้านไหม
ช่วยลดโอกาสจองแล้วกู้ไม่ผ่าน

10. มีแผนสำรองไหมถ้าวงเงินไม่พอ
เช่น เพิ่มเงินดาวน์ ลดราคาบ้าน รอก่อน หรือกู้ร่วม

บ้านสร้างตัวกับการวางแผนซื้อบ้านสำหรับคนผ่อนรถอยู่

บ้านสร้างตัวมองว่า คนที่ผ่อนรถอยู่ยังมีโอกาสมีบ้านได้ หากวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ

สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้ภาระหนี้ของตัวเองให้ชัด รักษาประวัติผ่อนรถให้ดี ลดหนี้ที่ไม่จำเป็น และเลือกบ้านในระดับราคาที่ผ่อนแล้วไม่ตึงเกินไป

สำหรับบางคน บ้านมือสอง หรือ บ้านรีโนเวท อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยให้เริ่มมีบ้านได้ง่ายขึ้น เพราะอาจมีราคาที่เหมาะกับรายได้มากกว่าบ้านใหม่บางโครงการ

บ้านที่ดีไม่ใช่บ้านที่กู้ได้สูงสุด แต่คือบ้านที่ซื้อแล้วผ่อนไหว ยังใช้ชีวิตได้ และยังมีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายสำคัญอื่น ๆ

สรุป ผ่อนรถอยู่ จะกู้ซื้อบ้านได้หรือไม่?

ผ่อนรถอยู่กู้ซื้อบ้านได้ไหม คำตอบคือ มีโอกาสกู้ได้ หากรายได้เพียงพอ ภาระหนี้รวมไม่สูงเกินไป เครดิตบูโรดี และมีความสามารถผ่อนบ้านจริง

ค่างวดรถจะถูกนับเป็นภาระหนี้เดิม ทำให้วงเงินกู้บ้านอาจลดลง โดยเฉพาะถ้าค่างวดรถสูงหรือมีหนี้อื่นร่วมด้วย

ก่อนยื่นกู้ควรเช็กภาระหนี้ทั้งหมด จ่ายค่างวดรถให้ตรงเวลา ลดหนี้บัตรเครดิต เก็บเงินดาวน์ และให้ธนาคารประเมินวงเงินเบื้องต้นก่อนเลือกบ้าน

หากรถใกล้ผ่อนหมด การรอให้ปิดรถก่อนอาจช่วยเพิ่มโอกาสกู้บ้านได้ แต่ถ้ารายได้สูงพอและบ้านอยู่ในงบที่เหมาะสม ก็อาจยื่นกู้ได้แม้ยังผ่อนรถอยู่

สุดท้าย การมีบ้านควรเริ่มจากการวางแผนที่ไม่ทำให้ชีวิตการเงินตึงเกินไป เพราะบ้านที่ดีควรทำให้ชีวิตมั่นคงขึ้น ไม่ใช่เพิ่มภาระจนใช้ชีวิตลำบาก